counter 7,663

First love #14-16

"ไม่เป็นไรนะ... "



 



 



แจจุงไม่ตอบอะไร ใบหน้าหวานสวยกำลังเปรอะเปื้อนไปด้วยคราบน้ำตาที่ไหลออกมาไม่หยุดหลังจากที่แยกจากยุนโฮมาแล้ว



 



เสียงของอดีตคนรัก ยังก้องอยู่ในโซนประสาท ทั้งดังและชัดเจน



 



 



ไม่ผิดใช่มั้ยที่ไม่คิดจะหวนกลับไปอีก...



 



ไม่อยากจะเจ็บซ้ำสองอีกแล้ว...



 



เข็ดแล้ว...



 



พอแล้ว...



 



พอกันที...



 



 



ฉันจะยังเชื่อนายได้อยู่อีกหรอ?...



 



ทั้งๆที่ตอนจากไป...



 



สามปีของเรายังรั้งเวลาเพียงไม่กี่เดือนของนายและทงเฮไม่ได้เลย...



 



 



ช่วงเวลาเพียงแค่นั้นนายกลับเลือกคนอื่น...



 



แต่ตอนนี้เพิ่งมาบอกว่าเข้าใจผิด...



 



เข้าใจผิดถึงปีนึงเชียวหรือ??



 



เหตุผลที่ขัดกันและไม่ลงตัวแบบนี้...



 



 



นายยังมีค่าพอให้ฉันกล้าเสี่ยงกลับไปหาได้อีกอย่างนั้นหรอ?....



 



ยุนโฮ...



ไม่ไหวหรอกนะ...



 



ขนาดเวลาล่วงเลยมาตั้งปีแล้ว....



 



ฉันยังไม่สามารถลืมนายได้เลย



 



ฉีนกลัว...



 



กลัว...



 



หากกลับไปและโดนนายบอกเลิกอีกครั้ง...



 



ฉันไม่ต้องทำใจทั้งชีวิตกันเลยหรือยังไง?...



 



 



 



เข้าใจใช่ไหม?...



 



รัก...



 



แต่กลับไปไม่ได้อีกแล้ว...



 



 



 



.............



...........................



 



 



"แจจุงล่ะ? "เด็กหนุ่มผิวน้ำผึ้งเอ่ยถามขึ้นหลังจากที่ขึ้นห้องเรียนมาแล้วกลับไม่เห็นหน้าเพื่อนสนิท



 



"เอ่อ..พอดีปวดหัวนิดหน่อย อยู่ห้องพยาบาลน่ะ"



 



"เมื่อเช้ายังดีๆอยู่เลยนี่น่า...เป็นอะไรไปแล้วล่ะเนี่ย? "ชางมินถามอีกครั้ง สีหน้าครุ่นคิดพลางทิ้งตัวนั่งลงพร้อมกับคนตัวโตที่นั่งลงข้างๆ






"ไม่มากหรอก"มิกกี้หันไปแค่นยิ้มตอบ



 



 



โกหก...



 



ทั้งๆที่ร้องไห้จนแทบเดินทรงตัวไม่อยู่ขนาดนั้น...



 



จะเรียกว่าไม่เป็นอะไรมากได้ยังไงกัน...



 



 



เพียงเสี้ยววินาทีที่ได้คุยกับหมอนั่น...



 



ทำนายเป็นถึงขนาดนั้นเลยหรอแจจุง?...



 



 



"ฉันจะลงไปข้างล่างหน่อย อาจารย์วันนี้เข้าสายน่ะ เดี๋ยวมานะ"มิกกี้พูดแค่นั้นก่อนเดินออกจากห้องไป ทิ้งให้ชางมินต้องมองตามอย่างสงสัยหนักขึ้นเข้าไปอีก



 



"มันต้องมีอะไรแน่ๆ จู่ๆหน้าเพื่อนนายก็ทำหน้าเหมือนคนอกหักขึ้นมาซะอย่างนั้นแล่ะ...นายคิดว่าไง?"หันกลับมาถามคนรัก



 



 



ฟอด!



 



"นี่!!ทำอะไรน่ะ?!"ชางมินรีบกุมแก้มที่กำลังเปลี่ยนเป็นสีแดงจัดของตัวเองทันที ก่อนจะหันมองด้านหน้าด้านหลังเลิกลั่ก...โชคดีนะที่คนไม่ค่อยอยู่กัน..ให้ตายเถอะ!



 



"อย่างนี้ค่อยชื่นใจหน่อย"



 



"นี่นายไม่ได้ฟังที่ฉันพูดเลยรึไงเนี่ย!!!??"



 



"ฟังซี่..เลิกคิดมากได้แล้วหน่า หน้าอย่างยูชอนอกหักล่ะก็ ฉันยอมให้นายจูบสิบทีต่อวันเลยเอ้า!"



 



"ทุเรศ!"



 



"แต่ถ้าเกิดมันอกหักขึ้นมาจริงๆ เปลี่ยนเป็นวันล่ะยี่สิบทีเลยก็ได้นะ"คนพูดยิ้มเจ้าเล่ห์



 



"น่าเกลียด!..อ๊ะ..นี่ปล่อยเลยนะ จับอะไร?"พูดพลางพยายามสะบัดมือที่โดนมือใหญ่กอบกุมออก






"ก็อยากจับมือแฟน ผิดหรอ?"



 



"......>////<ไอบ้า... "



 



 



..............



.........................



 



หลังจากเขินจนทำอะไรไม่ถูกไปพักหนึ่ง ชางมินก็ค่อยๆรวบรวมสติของตนให้กลับมาจดจ่อกับพฤติกรรมที่แปลกไปของมิกกี้อีกครั้ง

ทำไมจะไม่รู้...

ว่ายูชอนคิดยังไงกับแจจุง....


..............
.........................


"เห้อ....."เด็กหนุ่มร่างสูงถอนหายใจพลางทิ้งตัวลงกับพื้นหญ้าใต้ต้นไม้ต้นใหญ่หลังมหาลัย...


ที่ๆมักจะมาใช้เวลาอยู่บ่อยๆเมื่อมีเรื่องกลุ้มใจ...

เรื่องที่กลุ้ม...

จะเป็นอะไรไปได้ล่ะ...


ทุกครั้งที่มาที่นี่....

ก็กลุ้มเรื่องคนๆเดียวนั่นล่ะ...


มิกกี้ถอนหายใจเฮือกหนึ่งก่อนเงยหน้ามองท้องฟ้าอย่างไร้จุดหมาย...


นายยังรักยุนโฮอยู่ใช่มั้ย?....

แจจุง...



ถ้าเป็นแบบนั้นแล้วทำไมถึงปฏิเสธเขาไปล่ะ?!....

แบบนี้เท่ากับว่า...


ฉันยังมีโอกาสอยู่บ้าง...

ใช่รึเปล่า?....



 



"อะ..เอ่อ...รุ่นพี่ฮะ..."

"อ้าว...จุนซูเองหรอ?.."มิกกี้หันตามเสียงเรียกก่อนจะส่งยิ้มพิฆาตโลมาไปให้

"เอ่อ...ผมนั่งด้วย...ได้รึเปล่าฮะ?"เซียถามเสียงตะกุกตะกัก ก้มหน้าเพื่อซ่อนแก้มที่แดงจนแทบระเบิด...

"ได้สิ"มิกกี้ตอบพลางยิ้มให้อีกครั้ง...

เด็กหนุ่มร่างบางเมื่อได้ยินคำอนุญาต ก็ค่อยๆเดินมาด้านข้างของร่างสูงก่อนจะทิ้งตัวนั่งลงโดยเว้นระยะห่างเล็กน้อย...สองมือกุมประสานกันไว้ด้านหน้า ใบหน้าเรียวเสไปทางอื่นที่ไม่ใช่ร่างสูงด้านข้าง...


อย่ายิ้มแบบนั้นบ่อยนักสิ...

แค่นี้ก็จะแย่แล้ว > <



"ไม่มีเรียนหรอ?"มิกกี้ถาม

"เอ่อ...อาจารย์ลาหยุดน่ะฮะ.."

"อ่อ....ของพี่เข้าสายน่ะ...เนี่ยเดี๋ยวก็ต้องไปเข้าเรียนละ...."มิกกี้ตอบก่อนหันใบหน้าเข้ารับลมเย็นที่พัดผ่าน...เผื่อหวังว่าจะลบความไม่สบายใจที่มีอยู่ให้บรรเทาลงไปได้บ้าง...


ทั้งๆที่รู้ดีอยู่...

ว่าสายลมไม่ได้ช่วยอะไรเลย...



"มีเรื่องไม่สบายใจรึเปล่าฮะ?"



ร่างสูงชะงักงัน..ใบหน้าคมหันไปสบตากับร่างบาง..และหลุดหัวเราะออกมาเล็กน้อย...

"หน้าพี่บอกว่ามีเรื่องกลุ้มแปะอยู่หรอ? ถึงได้รู้เนี่ย?"


เซียไม่ตอบอะไรเพียงแต่ส่งยิ้มกลับไปให้...

"มันก็...ไม่ได้เรื่องใหญ่อะไรนักหรอก......"มิกกี้พูดต่อหวังจะจบบทสนทนานี้แต่ก็โดนประโยคต่อมาจากร่างบางขัดขึ้นซึ่งทำเอาหัวใจเขาหนักอึ้งจนเหมือนมันตกลงไปในเหวลึกที่มองไม่เห็นพื้นด้านล่าง...



"เรื่องพี่แจจุงสินะฮะ?..."





สิ่งที่ค้างคาอยู่ในใจของร่างบางมาตลอด หลุดออกจากปากไม่ดังมากนัก..คล้ายรำพึงอย่างไม่ได้ตั้งใจ...แต่มันกลับดังก้องสะท้อนในใจของอีกคนจนอื้ออึงไปหมด...


".....รู้เหรอ?...."


ร่างเล็กไม่ตอบ แต่ส่งยิ้มกลับไปให้ก่อนจะละใบหน้าออกรับลมบ้าง...



รู้สิฮะ...ทำไมจะไม่รู้?..


ผมมองพี่มาตลอด...

ตั้งแต่วันแรกที่ได้เจอกัน....

สายตาของผมไม่เคยละจากพี่ได้เลย....


ไม่ต่างกับพี่....

ที่มองแต่พี่แจจุงมาตลอดเหมือนกัน....



"หึ...น่าสมเพชดีนะ..ขนาดกับคนที่เพิ่งเจอกันไม่ทันไร กลับถูกดูออกจนทะละปรุโปร่งขนาดนี้....ไม่ไหวเลย...ปาร์ค ยูชอน..."มิกกี้หัวเราะเยาะให้กับตัวเองก่อนพูดคิดตลกประชดไปในตัว....


เขาเพิ่งรู้วันนี้เอง...

สายลมไม่ได้ช่วยบรรเทาความไม่สบายใจให้หายไปได้...

แต่กลับนำพาคนที่จะทำให้เขาสบายใจมาให้แทนต่างหาก...


คนที่รู้และเข้าใจในตัวเขาได้โดยไม่ต้องเอ่ยปากพูดอะไร....



"บอกเขาไปสิฮะ..."จู่ๆเซียก็เอ่ยขึ้นก่อนจะหันหน้าที่ระบายด้วยรอยยิ้มมาใหมิกกี้และพูดต่อ...

"ดีกว่าเก็บมากลุ้มแบบนี้...มันไม่ได้ช่วยบอกคำตอบที่พี่อยากรู้จากพี่แจจุงหรอกนะฮะ"



บอกกับคนอื่นได้...

แล้วตัวเองล่ะ?

คิม จุนซู...

..........
................................


"ไง...ดีขึ้นรึยัง?....วันหลังไม่ต้องมาเรียนก็ได้นะ...เล่นนอนซะครบคาบเช้าแล้วนิ.."ซีวอนทักทายคนป่วยที่นอนอยู่เตียงในสุดทันทีหลังจากเปิดประตูห้องพยาบาลเข้ามาเพื่อมารับกลับบ้าน เพราะวันนี้ทั้งสามไม่มีเรียนคาบบ่าย...

"
อืม...แล้วนี่จะกลับบ้านเลยหรอ?"แจจุงค่อยๆดันตัวพิงกับพนักเตียงโดยมีมิกกี้คอยช่วยอยู่ไม่ห่าง ถามขึ้นอย่างงัวเงีย....

"
กลับเลยสิ สภาพแบบนี้จะไปไหนได้อีกล่ะ?"ซีวอนยังคงกวนไม่เลิก เลยได้เจอฝ่ามือพิฆาตเข้าให้

"
โอ้ย!เจ็บนะ..."

"
ก็เลิกกัดแจจุงได้แล้ว...นี่แล้วนายเป็นไง? ดีขึ้นรึยัง?"เจ้าของฝ่ามือพิฆาตเมื่อกี๊พูดขึ้นกับคนที่กำลังลูบตรงบริเวณที่โดนตีเข้าให้ก่อนจะจะหันไปถามอาการเพื่อนรัก แต่ก็ยังไม่วายส่งสายตาขวางใส่ให้กับคนตัวโตอีกรอบ

"
พวกนายเป็นแฟนกันแล้วหรอ?"แจจุงถามพลางอมยิ้มเล็กน้อย

"
ถ้าดีขึ้นแล้วก็กลับเลยแล้วกัน!"ชางมินพูดเสียงดังกลบคำถามจากเพื่อนรักก่อนจะช่วยพยุงให้แจจุงลุกขึ้น

"
เดี๋ยวสิๆๆ...ยังไม่อยากกลับบ้านเลยอ่ะ"

"
แล้วจะไปไหนล่ะ?"



"
ไปกินไอติมกันนะ ^ ^"


.
..





กิ๊งก่อง~~~

"มาแล้วครับๆ"

แกร๊ก----


"นาย....."

"เอ่อ...ทงเฮอยู่รึเปล่า?"

"อยู่...ว่าแต่นายมีอะไรกับทงเฮมิทราบ?"

"เอ่อ...."


"คิบอมใครมาหรอฮะ?"เสียงเล็กจากภายในห้องคอนโดดังแทรกขึ้นก่อนเจ้าตัวจะโผล่หน้าออกมาดูผู้มาเยือน

"อ้าว...ยุนโฮเองหรอ?"

.......
...............

"มาถึงนี่มีอะไรรึเปล่าฮะ?"ร่างเล็กถามขึ้นหลังจากทิ้งตัวนั่งลงบนโซฟานุ่มพร้อมกับคนรักที่นั่งลงขนาบข้างแทบจะทันที ซ้ำยังส่งสายตาอันไม่เป็นมิตรไปให้ยุนโฮที่นั่งอยู่ฝั่งตรงข้ามเป็นระยะๆ

"เอ่อ....จะย้ายบ้านหรอ?"ยุนโฮไม่ตอบแต่กลับป้อนคำถามให้คนตัวเล็ก เมื่อสังเกตเห็นว่าภายในห้องคอนโดโล่งผิดปกติ มีกล่องเปล่าวางกระจายอยู่รอบๆห้อง บางกล่องดูเหมือนจะมีของบรรจุเต็มแล้วสี่ห้ากล่องตั้งอยู่ชิดกำแพง และบางส่วนดูเหมือนมีสิ่งของยังใส่ไม่เต็มดีวางระเกะระกะอยู่ใกล้ๆกับโซฟาที่พวกเขาใช้นั่งกันอยู่

"ที่จริง...ผมจะย้ายกลับไปต่อมหาลัยที่อเมริกาเลยน่ะฮะ พอดีพี่สาวผมยื่นเรื่องไว้ตั้งแต่ผมยังไม่จบไฮสคูลที่นั่น แล้วเขาก็ตกลงรับแล้วด้วย...แต่พอดีเกิดเรื่อง...เอ่อ..."ถึงตรงนี้ ทงเฮเหลือบมองคนรักข้างตัวก่อนจะแสดงสีหน้ารู้สึกผิดเล็กน้อย..และพูดต่อ

"เกิดเรื่องผมกับคิบอม..ผมก็เลยตัดสินใจปุบปับมาต่อที่เกาหลีน่ะฮะ...ตอนนี้ทุกอย่างก็ลงตัวแล้ว..พี่สาวผมเลยอยากให้ผมกลับไปต่อที่นั่นเหมือนเดิม...พี่ผมจัดการโอนหน่วยกิตไปที่โน่นเรียบร้อยแล้วด้วย.."



"อย่างนั้นหรอ?...ดีใจด้วยนะที่พวกนายสองคนเข้าใจกันได้..."ยุนโฮพูดออกมาอย่างจริงใจ..

"แล้ว...เรื่องแจจุงล่ะฮะ...เป็นยังไงบ้าง?"ทงเฮยิงคำถามใส่ทันที เพราะรู้อยู่ที่ยุนโฮมานี่ก็มีเรื่องคนๆเดียวนั่นแล่ะ...ถ้ามัวแต่รอให้ยุนโฮเปิดปากเล่าก่อน ก็คงต้องรอจนผมหงอกขึ้นแน่ๆ

"เอ่อ......"ยุนโฮอึกอักเล็กน้อยเมื่อโดนคนตัวเล็กยิงคำถามเข้าใส่โดยไม่ทันตั้งตัวร่างสูงถอนหายใจเฮือกหนึ่งก่อนจะพูดประโยคต่อมาด้วยน้ำเสียงท้อแท้และสิ้นหวัง

"เรื่องฉันกับแจจุงคงจบแล้วจริงๆนั่นแล่ะ"ร่างสูงอดยิ้มเยาะให้ตัวเองไม่ได้เมื่อนึกถึงภาพเหตุการณ์เมื่อเช้า


ทั้งๆที่คิดว่าน่าจะมีโอสกาสอยู่บ้าง...

ที่จะกลับไปเป็นอย่างเก่า...

แต่จริงๆแล้ว โอกาสมันไม่มีให้ตั้งแต่วันที่ฉันตัดสินใจปล่อยนายไปแล้วสินะ..


"จะว่าใครได้ล่ะ...ฉันเป็นฝ่ายทิ้งเขามาเองนินะ...แถมยังทำให้พวกนายต้องเกือบเข้าใจผิดกันอีก..."

"เขามีคนที่ดูแลได้ดีกว่าฉัน และถ้าเขามีความสุขดี ฉันก็พอใจแล้วล่ะ"


"โกหก!"

จู่ๆคิบอมก็โพล่งขึ้นทำเอาทงเฮและยุนโฮหันมามองร่างสูงเป็นตาเดียว



"นายไม่ได้พอใจอย่างที่พูดสักหน่อย..."

"อยากได้เขากลับมา ก็ต้องลงมือทำสิ...ไม่ใช่มานั่งหมดอาลัยตายอยากแบบนี้..."คิบอมพูดอย่างเหลืออด..


พูดมาได้ว่าพอใจที่เห็นคนรักตัวเองไปมีความสุขกับคนอื่น...

โกหกชัดๆ..

เรื่องแบบนั้นมีแต่ในนิยายน้ำเน่าเท่านั้นแล่ะ...

ชีวิตจริงความรู้สึกมันมีแต่คำว่า เจ็บ ต่างหากล่ะ...



"นะ..นาย..รู้เรื่องหรอ?"ยุนโฮถามอย่างแปลกใจ...

"เอ่อ...ผมเป็นคนเล่าให้คิบอมฟังเองน่ะฮะ...ตอนที่ปรับความเข้าใจกัน.."ทงเฮตอบขึ้นช้าๆพลางนึกถึงเหตุกาณ์ตอนที่ปรับความเข้าใจกับคนรัก...ทั้งบังคับทั้งขู่เข็ญให้เล่าเรื่องเขากับยุนโฮอย่างละเอียดแทบทุกวินาทีตั้งแต่รู้จักกับยุนโฮ...จนสุดท้ายก็เลยพลอยรู้เรื่องยุนโฮกับแจจุงเป็นของแถมไปด้วย..

"ถ้านายคิดแบบที่นายว่าล่ะก็...รอส่งตัวคนรักนายเข้าหอกับคนอื่นก็แล้วกัน"คิบอมพูดต่อเหมือนไม่ได้ยินคำถามจากยุนโฮ

"ก็เพราะว่านายเป็นฝ่ายทิ้งเขา...ถ้าอยากได้เขากลับมาก็ต้องเป็นฝ่ายเข้าหาสิ...จะรอให้เขาเดินมาหานายเองรึไง?"

"ก็เพราะฉันทำไปแล้วไงล่ะ..หึ..แล้วยังไง?....เดินกุมมือกับอีกคนมาให้เห็นตำตาไม่พอ..แถมยังปฎิเสธฉันต่อหน้าเขาอีก...จะให้ฉันทำยังไง?"



"นายบ้าหรือโง่?! การที่จะเอาคนรักนายกลับมามันไม่ได้ง่ายเหมือนเวลานายเหยียบเท้าคนอื่นแล้วบอกขอโทษหรอกนะ...มันเจ็บกว่ากันหลายเท่านัก นายเองก็รู้ดีนี่...แล้วนายคิดว่าคนรักนายจะยอมยกโทษให้ง่ายๆอย่างนั้นหรอ?"คิบอมขึ้นเสียงอย่างสุดจะทน


ไอ้นี่มันเป็นประธานนักเรียนมาได้ยังไงวะ?

ถ้าเสียคนรักไปจริงๆ..

เขาจะไม่แปลกใจเลยว่าเพราะอะไร...


หลังจากคิบอมพูดจบก็ไม่มีใครพูดอะไรอีก..ทงเฮขยับตัวอย่างอึดอัดท่ามกลางความเงียบที่แสนจะกดดัน..จนสุดท้ายคนตัวเล็กทนไม่ไหวเอ่ยทำลายความเงียบขึ้น


"ยุนโฮฮะ...สิ่งที่ยุนโฮเห็นอาจจะไม่ได้เป็นอย่างที่คิดก็ได้...อย่าเพิ่งยอมแพ้ง่ายๆสิฮะ...ถ้าจนถึงที่สุดแล้ว..ไม่เป็นอย่างที่คิด...อย่างน้อยเราก็ได้ลงมือทำอย่างเต็มที่แล้ว ดีกว่ามานั่งเสียใจทีหลัง เพราะไม่ได้ทำอะไรเลยนะฮะ.."ทงเฮพูดอย่างให้กำลังใจ


เพียงแค่ยุนโฮพยายามอีกนิด...

แจจุงต้องกลับมาแน่นอน...

เพราะจนถึงตอนนี้..

เขามั่นใจ...

ว่าแจจุงก็ยังรักยุนโฮอยู่ไม่แพ้กัน..

............
.........................



ร้านไอติม


"ช็อคโกแลตซันเดย์เพิ่มวิปป์ครีมฮะ"เสียงหวานสั่งเมนูโปรดโดยไม่ต้องขอดูเมนูกับพนักงานเสิร์ฟอย่างคล่องแคล่วเป็นคนสุดท้ายก่อนที่พนักงานจะเดินออกจากโต๊ะไป ทำเอาคนที่นั่งตรงกันข้ามอดไม่ได้ที่จะเอ่ยแซว

"โอ้โหแฮะ..เพิ่มวิปป์ครีมด้วย..นายนี่..ป่วยทีกินลืมอ้วนเลยนะ"

ป้าบ!!

"โอ้ยเจ็บนะ...ตีทำไมอ่ะ?"ซีวอนลูบแขนตนเองก่อนจะหันไปมองคนที่ได้ชื่อว่าเป็นแฟนพลางทำหน้าที่คิดว่าดูแล้วน่าสงสารที่สุดไปให้

"ก็ถ้าปากยังไม่เลิกหาเรื่องล่ะก็ จะโดนอย่างอื่นตีแทนแน่"

"หมายถึงปากน่ะหรอที่จะใช้ตีน่ะ?"

"คงงั้นมั้ง?"ชางมินพูดเสียงหวานจนหน้าขนลุกพลางส่งยิ้มสวยไปให้คนรักและ..

"โอ้ย!!!!!! ชางมินมันเจ็บนะ...เหยียบมาได้"ซีวอนร้องโวยขึ้นพลางขยับเท้าที่โดนเหยียบออกห่างจากรัศมีเท้าของคนรักทันที

"นี่ไงล่ะที่ว่าอย่างอื่น...ถ้ายังไม่เลิกอีกละก็ มันจะลอยเข้าไปในปากนายเดี๋ยวนี้ล่ะ"


"พวกนายนี่จะว่าสวีทก็ใช่อยู่นะ...เป็นแฟนกันประเภทไหนเนี่ย?"แจจุงหลุดถามพลางกลั้นยิ้มสุดความสามารถเมื่อเห็นสายตาของเพื่อนเขาที่มองมา

"ไม่ต้องพูดมากเลย ใครว่าฉันเป็นแฟนกับหมอนี่ล่ะ"

"อ่าวพูดแบบนี้ไม่รับผิดชอบกันเลยนะ...แล้วเรื่องเมื่อวานล่ะ?"



"เมื่อวาน?"แจจุงและมิกกี้ถามพร้อมกัน

"มะ...ไม่มีอะไรทั้งนั้นแล่ะ.."ชางมินตอบตะกุกตะกักก่อนจะหันมาทางซีวอนพลางทำสีหน้าที่บอกให้รู้ว่า ถ้าพูดถึงเรื่องเมื่อวานอีกล่ะก็...เตรียมตัวเกิดใหม่ได้เลย


แจจุงอมยิ้มจนปวดแก้มกับความน่ารักของเพื่อนทั้งสอง มีความสุขเหมือนกับเมื่อเช้าไม่มีเรื่องอะไรเกิดขึ้นกับตน...

รอยยิ้มสวยของร่างบางนั้นทำเอาอีกคนยิ้มออกมาโดยไม่รู้ตัว..


ยิ้มได้แบบนี้...

แสดงว่าสบายใจขึ้นแล้วสินะ...


ขออย่าให้มีอะไรทำให้รอยยิ้มของนายหายไปเลยนะ..

รอยยิ้มของนาย..

เปรียบเสมือนกระจกสะท้อนรอยยิ้มของฉันอีกคน..

รู้ตัวบ้างรึเปล่า?..



"ขอโทษนะคะ.."พนักงานเสิร์ฟในร้านคนหนึ่งเอ่ยขัดจังหวะขึ้นก่อนจะวางถ้วยไอติมถ้วยยักษ์ที่ถืออยู่ในมือลงบนโต๊ะของเขาทั้งสี่

"มีคนฝากมาให้คนที่โต๊ะนี้น่ะค่ะ"



"เอ่อ...ขอบคุณฮะ"ชางมินเอ่ยขอบคุณกับพนักงานที่ยิ้มให้ก่อนจะเดินออกจากโต๊ะไป

"ของใครล่ะเนี่ย?"ชางมินเอ่ยพึมพำก่อนจะจ้องมองซุปเปอร์ช๊อกโกแลตซันเดย์ถ้วยปริศนาตรงหน้าอย่างงงงวยไม่ต่างจากอีกสามคน

"อ๊ะ...มีการ์ดด้วยนิ"ซีวอนบอกพลางดึงการ์ดเล็กๆที่ปักอยู่บนสุดของถ้วยไอติม




"...For you...My Forever HERO..."




"ฮีรง..ฮีโร่..อะไรเนี่ย? โต๊ะเรามีคนชื่อนี้ด้วยหรอ?"ซีวอนอ่านออกเสียงให้ฟังเสร็จก็เอ่ยถามเพื่อนทั้งสาม

"นายไปเป็นฮีโร่ให้สาวที่ไหนรึเปล่าวะ ยูชอน?"เมื่อไม่มีคนตอบ ซีวอนจึงพุ่งเป้าไปที่เพื่อนรักคนแรก

"ห๊ะ?..จะบ้ารึไง..ฉันจะเป็นไปฮีโร่ให้ใครได้ล่ะ?"มิกกี้เอ่ยตอบซีวอนงงๆ

"ก็นายป๊อปน้อยซะเมื่อไร...เป็นที่ชื่นชมของพวกรุ่นพี่รุ่นน้องตั้งเยอะแยะ...อ๊ะ..หรือว่าจะเป็นน้องแก้มยุ้ยคนนั้น..ไม่สิ..ฉันว่ารุ่นพี่สาวสวยที่ชื่อยูริที่สองวันก่อนทำงานกับนายรึเปล่า?..หรือว่า..."

"พอเลยไอ้บ้า แล้วมันเกี่ยวอะไรกับไอ้คำว่าฮีโร่ด้วยล่ะ..ฉันไม่ได้ไปช่วยชีวิตใครไว้สักหน่อย"


"ถ้วยนั่นไม่ใช่ของยูชอนหรอก"ชางมินพูดแทรกซีวอนกับมิกกี้ขึ้นก่อนจะค่อยๆหันหน้าไปทางแจจุงที่จ้องมองถ้วยไอติมตรงหน้าไม่วางตา



"แจ....."

"ฉันขอตัวก่อนนะ"ว่าแล้วร่างบางก็ลุกพรวดขึ้นและออกวิ่งไปทางประตูร้านทันที

"แจจุง!..เดี๋ยวสิ.."ชางมินทำท่าจะลุกตาม แต่ก็ไม่ทันซะแล้วเมื่อมองเห็นหลังเพื่อนรักเลี้ยวหายไปทางมุมตึกของอีกฝั่ง

"เห้อ...ให้ตายสิ"เด็กหนุ่มสบถเบาๆก่อนจะสบตากับอีกสองคนที่เหลือที่ดูจะงงๆกับเหตุการณ์ที่เพิ่งเกิดขึ้นไม่น้อย โดยเฉพาะมิกกี้ที่แสดงสีหน้าทั้งเป็นห่วงและกังวลอย่างชัดเจน

"ถ้วยนั่น..."ชางมินเริ่มพูดขึ้นก่อนจะเว้นช่วงหายใจเล็กน้อยพลางมองไปที่มิกกี้และพูดต่อ

"เป็นของแจจุงนั่นแล่ะ..."


"ชื่อ Hero เป็นชื่อที่ยุนโฮเคยเรียกแจจุงน่ะ"


.
.
.




 



ร่างเล็กออกตัววิ่งอย่างรวดเร็วทันทีหลังจากก้าวเท้าออกจากประตูร้าน...เด็กหนุ่มวิ่งฝาฝูงชนที่แออัดตามถนนสายคับแคบด้วยความเร็วเต็มฝีเท้าก่อนจะค่อยๆผ่อนความเร็วลงและหยุดตรงสถานที่ที่หนึ่ง...



 



ตากลมโตทอดมองไปยังร้านเค้กประจำที่เคยมาบ่อยๆ...



แม่น้ำสายเดิมที่ไหลเอื่อยๆลับไปจนสุดตา...



และต้นไม้ต้นใหญ่ต้นเดิมที่ตั้งสง่าอยู่ข้างริมแม่น้ำไม่ไกลจากตัวเขาออกไป...



 



 



ทั้งๆที่ทุกอย่างมันกำลังจะดีขึ้น....



 



แต่ตอนนี้มันกำลังจะกลับไปที่จุดเริ่มต้นใหม่อีกครั้ง....



 



ความพยายามหนึ่งปีที่ผ่านมา...



 



มันไร้ค่าและไม่มีประโยชน์อะไรเลย....



 



 



ทำไม??



 



ทำแบบนี้อีกทำไม??



 



 



น้ำตาที่เคยเหือดหายไปอยู่ช่วงหนึ่ง...กลับเอ่อคลอดวงตาสวยอย่างห้ามไม่อยู่



เด็กหนุ่มค่อยๆก้าวเท้าไปยังใต้ต้นไม้ต้นใหญ่...ก่อนที่จะทรุดตัวลงอย่างไร้เรี่ยวแรง...ภาพในอดีตกลับเข้ามาในความทรงจำอีกครั้ง....



 



.



.



.



 



 



สองปีก่อน...



 



 



"สองปีแล้วนะ"คนตัวสูงเอ่ยกับร่างเล็กด้านข้างที่นั่งเอาหัวพิมไหล่ของตนอยู่..



 



"อื้อ.... "ร่างบางเอ่ยตอบรับพลางเงยหน้ามองท้องฟ้ายามค่ำคืนในฤดูหนาว....ตาดำขลับจับจ้องไปยังดวงดาวที่กำลังส่องแสงสว่างตัดกับท้องฟ้าที่มืดสนิท...



 



First love #14-16

"ไม่เป็นไรนะ... "



 



 



แจจุงไม่ตอบอะไร ใบหน้าหวานสวยกำลังเปรอะเปื้อนไปด้วยคราบน้ำตาที่ไหลออกมาไม่หยุดหลังจากที่แยกจากยุนโฮมาแล้ว



 



เสียงของอดีตคนรัก ยังก้องอยู่ในโซนประสาท ทั้งดังและชัดเจน



 



 



ไม่ผิดใช่มั้ยที่ไม่คิดจะหวนกลับไปอีก...



 



ไม่อยากจะเจ็บซ้ำสองอีกแล้ว...



 



เข็ดแล้ว...



 



พอแล้ว...



 



พอกันที...



 



 



ฉันจะยังเชื่อนายได้อยู่อีกหรอ?...



 



ทั้งๆที่ตอนจากไป...



 



สามปีของเรายังรั้งเวลาเพียงไม่กี่เดือนของนายและทงเฮไม่ได้เลย...



 



 



ช่วงเวลาเพียงแค่นั้นนายกลับเลือกคนอื่น...



 



แต่ตอนนี้เพิ่งมาบอกว่าเข้าใจผิด...



 



เข้าใจผิดถึงปีนึงเชียวหรือ??



 



เหตุผลที่ขัดกันและไม่ลงตัวแบบนี้...



 



 



นายยังมีค่าพอให้ฉันกล้าเสี่ยงกลับไปหาได้อีกอย่างนั้นหรอ?....



 



ยุนโฮ...



ไม่ไหวหรอกนะ...



 



ขนาดเวลาล่วงเลยมาตั้งปีแล้ว....



 



ฉันยังไม่สามารถลืมนายได้เลย



 



ฉีนกลัว...



 



กลัว...



 



หากกลับไปและโดนนายบอกเลิกอีกครั้ง...



 



ฉันไม่ต้องทำใจทั้งชีวิตกันเลยหรือยังไง?...



 



 



 



เข้าใจใช่ไหม?...



 



รัก...



 



แต่กลับไปไม่ได้อีกแล้ว...



 



 



 



.............



...........................



 



 



"แจจุงล่ะ? "เด็กหนุ่มผิวน้ำผึ้งเอ่ยถามขึ้นหลังจากที่ขึ้นห้องเรียนมาแล้วกลับไม่เห็นหน้าเพื่อนสนิท



 



"เอ่อ..พอดีปวดหัวนิดหน่อย อยู่ห้องพยาบาลน่ะ"



 



"เมื่อเช้ายังดีๆอยู่เลยนี่น่า...เป็นอะไรไปแล้วล่ะเนี่ย? "ชางมินถามอีกครั้ง สีหน้าครุ่นคิดพลางทิ้งตัวนั่งลงพร้อมกับคนตัวโตที่นั่งลงข้างๆ






"ไม่มากหรอก"มิกกี้หันไปแค่นยิ้มตอบ



 



 



โกหก...



 



ทั้งๆที่ร้องไห้จนแทบเดินทรงตัวไม่อยู่ขนาดนั้น...



 



จะเรียกว่าไม่เป็นอะไรมากได้ยังไงกัน...



 



 



เพียงเสี้ยววินาทีที่ได้คุยกับหมอนั่น...



 



ทำนายเป็นถึงขนาดนั้นเลยหรอแจจุง?...



 



 



"ฉันจะลงไปข้างล่างหน่อย อาจารย์วันนี้เข้าสายน่ะ เดี๋ยวมานะ"มิกกี้พูดแค่นั้นก่อนเดินออกจากห้องไป ทิ้งให้ชางมินต้องมองตามอย่างสงสัยหนักขึ้นเข้าไปอีก



 



"มันต้องมีอะไรแน่ๆ จู่ๆหน้าเพื่อนนายก็ทำหน้าเหมือนคนอกหักขึ้นมาซะอย่างนั้นแล่ะ...นายคิดว่าไง?"หันกลับมาถามคนรัก



 



 



ฟอด!



 



"นี่!!ทำอะไรน่ะ?!"ชางมินรีบกุมแก้มที่กำลังเปลี่ยนเป็นสีแดงจัดของตัวเองทันที ก่อนจะหันมองด้านหน้าด้านหลังเลิกลั่ก...โชคดีนะที่คนไม่ค่อยอยู่กัน..ให้ตายเถอะ!



 



"อย่างนี้ค่อยชื่นใจหน่อย"



 



"นี่นายไม่ได้ฟังที่ฉันพูดเลยรึไงเนี่ย!!!??"



 



"ฟังซี่..เลิกคิดมากได้แล้วหน่า หน้าอย่างยูชอนอกหักล่ะก็ ฉันยอมให้นายจูบสิบทีต่อวันเลยเอ้า!"



 



"ทุเรศ!"



 



"แต่ถ้าเกิดมันอกหักขึ้นมาจริงๆ เปลี่ยนเป็นวันล่ะยี่สิบทีเลยก็ได้นะ"คนพูดยิ้มเจ้าเล่ห์



 



"น่าเกลียด!..อ๊ะ..นี่ปล่อยเลยนะ จับอะไร?"พูดพลางพยายามสะบัดมือที่โดนมือใหญ่กอบกุมออก






"ก็อยากจับมือแฟน ผิดหรอ?"



 



"......>////<ไอบ้า... "



 



 



..............



.........................



 



หลังจากเขินจนทำอะไรไม่ถูกไปพักหนึ่ง ชางมินก็ค่อยๆรวบรวมสติของตนให้กลับมาจดจ่อกับพฤติกรรมที่แปลกไปของมิกกี้อีกครั้ง

ทำไมจะไม่รู้...

ว่ายูชอนคิดยังไงกับแจจุง....


..............
.........................


"เห้อ....."เด็กหนุ่มร่างสูงถอนหายใจพลางทิ้งตัวลงกับพื้นหญ้าใต้ต้นไม้ต้นใหญ่หลังมหาลัย...


ที่ๆมักจะมาใช้เวลาอยู่บ่อยๆเมื่อมีเรื่องกลุ้มใจ...

เรื่องที่กลุ้ม...

จะเป็นอะไรไปได้ล่ะ...


ทุกครั้งที่มาที่นี่....

ก็กลุ้มเรื่องคนๆเดียวนั่นล่ะ...


มิกกี้ถอนหายใจเฮือกหนึ่งก่อนเงยหน้ามองท้องฟ้าอย่างไร้จุดหมาย...


นายยังรักยุนโฮอยู่ใช่มั้ย?....

แจจุง...



ถ้าเป็นแบบนั้นแล้วทำไมถึงปฏิเสธเขาไปล่ะ?!....

แบบนี้เท่ากับว่า...


ฉันยังมีโอกาสอยู่บ้าง...

ใช่รึเปล่า?....



 



"อะ..เอ่อ...รุ่นพี่ฮะ..."

"อ้าว...จุนซูเองหรอ?.."มิกกี้หันตามเสียงเรียกก่อนจะส่งยิ้มพิฆาตโลมาไปให้

"เอ่อ...ผมนั่งด้วย...ได้รึเปล่าฮะ?"เซียถามเสียงตะกุกตะกัก ก้มหน้าเพื่อซ่อนแก้มที่แดงจนแทบระเบิด...

"ได้สิ"มิกกี้ตอบพลางยิ้มให้อีกครั้ง...

เด็กหนุ่มร่างบางเมื่อได้ยินคำอนุญาต ก็ค่อยๆเดินมาด้านข้างของร่างสูงก่อนจะทิ้งตัวนั่งลงโดยเว้นระยะห่างเล็กน้อย...สองมือกุมประสานกันไว้ด้านหน้า ใบหน้าเรียวเสไปทางอื่นที่ไม่ใช่ร่างสูงด้านข้าง...


อย่ายิ้มแบบนั้นบ่อยนักสิ...

แค่นี้ก็จะแย่แล้ว > <



"ไม่มีเรียนหรอ?"มิกกี้ถาม

"เอ่อ...อาจารย์ลาหยุดน่ะฮะ.."

"อ่อ....ของพี่เข้าสายน่ะ...เนี่ยเดี๋ยวก็ต้องไปเข้าเรียนละ...."มิกกี้ตอบก่อนหันใบหน้าเข้ารับลมเย็นที่พัดผ่าน...เผื่อหวังว่าจะลบความไม่สบายใจที่มีอยู่ให้บรรเทาลงไปได้บ้าง...


ทั้งๆที่รู้ดีอยู่...

ว่าสายลมไม่ได้ช่วยอะไรเลย...



"มีเรื่องไม่สบายใจรึเปล่าฮะ?"



ร่างสูงชะงักงัน..ใบหน้าคมหันไปสบตากับร่างบาง..และหลุดหัวเราะออกมาเล็กน้อย...

"หน้าพี่บอกว่ามีเรื่องกลุ้มแปะอยู่หรอ? ถึงได้