counter 10,484

Profile

Deumbeui
: ] dAÐewvinG - I really love you

Calendar

June 2007
S M T W T F S
« Aug   Oct »
 12
3456789
10111213141516
17181920212223
24252627282930

more+

First love #14-16

"ไม่เป็นไรนะ... "



 



 



แจจุงไม่ตอบอะไร ใบหน้าหวานสวยกำลังเปรอะเปื้อนไปด้วยคราบน้ำตาที่ไหลออกมาไม่หยุดหลังจากที่แยกจากยุนโฮมาแล้ว



 



เสียงของอดีตคนรัก ยังก้องอยู่ในโซนประสาท ทั้งดังและชัดเจน



 



 



ไม่ผิดใช่มั้ยที่ไม่คิดจะหวนกลับไปอีก...



 



ไม่อยากจะเจ็บซ้ำสองอีกแล้ว...



 



เข็ดแล้ว...



 



พอแล้ว...



 



พอกันที...



 



 



ฉันจะยังเชื่อนายได้อยู่อีกหรอ?...



 



ทั้งๆที่ตอนจากไป...



 



สามปีของเรายังรั้งเวลาเพียงไม่กี่เดือนของนายและทงเฮไม่ได้เลย...



 



 



ช่วงเวลาเพียงแค่นั้นนายกลับเลือกคนอื่น...



 



แต่ตอนนี้เพิ่งมาบอกว่าเข้าใจผิด...



 



เข้าใจผิดถึงปีนึงเชียวหรือ??



 



เหตุผลที่ขัดกันและไม่ลงตัวแบบนี้...



 



 



นายยังมีค่าพอให้ฉันกล้าเสี่ยงกลับไปหาได้อีกอย่างนั้นหรอ?....



 



ยุนโฮ...



ไม่ไหวหรอกนะ...



 



ขนาดเวลาล่วงเลยมาตั้งปีแล้ว....



 



ฉันยังไม่สามารถลืมนายได้เลย



 



ฉีนกลัว...



 



กลัว...



 



หากกลับไปและโดนนายบอกเลิกอีกครั้ง...



 



ฉันไม่ต้องทำใจทั้งชีวิตกันเลยหรือยังไง?...



 



 



 



เข้าใจใช่ไหม?...



 



รัก...



 



แต่กลับไปไม่ได้อีกแล้ว...



 



 



 



.............



...........................



 



 



"แจจุงล่ะ? "เด็กหนุ่มผิวน้ำผึ้งเอ่ยถามขึ้นหลังจากที่ขึ้นห้องเรียนมาแล้วกลับไม่เห็นหน้าเพื่อนสนิท



 



"เอ่อ..พอดีปวดหัวนิดหน่อย อยู่ห้องพยาบาลน่ะ"



 



"เมื่อเช้ายังดีๆอยู่เลยนี่น่า...เป็นอะไรไปแล้วล่ะเนี่ย? "ชางมินถามอีกครั้ง สีหน้าครุ่นคิดพลางทิ้งตัวนั่งลงพร้อมกับคนตัวโตที่นั่งลงข้างๆ






"ไม่มากหรอก"มิกกี้หันไปแค่นยิ้มตอบ



 



 



โกหก...



 



ทั้งๆที่ร้องไห้จนแทบเดินทรงตัวไม่อยู่ขนาดนั้น...



 



จะเรียกว่าไม่เป็นอะไรมากได้ยังไงกัน...



 



 



เพียงเสี้ยววินาทีที่ได้คุยกับหมอนั่น...



 



ทำนายเป็นถึงขนาดนั้นเลยหรอแจจุง?...



 



 



"ฉันจะลงไปข้างล่างหน่อย อาจารย์วันนี้เข้าสายน่ะ เดี๋ยวมานะ"มิกกี้พูดแค่นั้นก่อนเดินออกจากห้องไป ทิ้งให้ชางมินต้องมองตามอย่างสงสัยหนักขึ้นเข้าไปอีก



 



"มันต้องมีอะไรแน่ๆ จู่ๆหน้าเพื่อนนายก็ทำหน้าเหมือนคนอกหักขึ้นมาซะอย่างนั้นแล่ะ...นายคิดว่าไง?"หันกลับมาถามคนรัก



 



 



ฟอด!



 



"นี่!!ทำอะไรน่ะ?!"ชางมินรีบกุมแก้มที่กำลังเปลี่ยนเป็นสีแดงจัดของตัวเองทันที ก่อนจะหันมองด้านหน้าด้านหลังเลิกลั่ก...โชคดีนะที่คนไม่ค่อยอยู่กัน..ให้ตายเถอะ!



 



"อย่างนี้ค่อยชื่นใจหน่อย"



 



"นี่นายไม่ได้ฟังที่ฉันพูดเลยรึไงเนี่ย!!!??"



 



"ฟังซี่..เลิกคิดมากได้แล้วหน่า หน้าอย่างยูชอนอกหักล่ะก็ ฉันยอมให้นายจูบสิบทีต่อวันเลยเอ้า!"



 



"ทุเรศ!"



 



"แต่ถ้าเกิดมันอกหักขึ้นมาจริงๆ เปลี่ยนเป็นวันล่ะยี่สิบทีเลยก็ได้นะ"คนพูดยิ้มเจ้าเล่ห์



 



"น่าเกลียด!..อ๊ะ..นี่ปล่อยเลยนะ จับอะไร?"พูดพลางพยายามสะบัดมือที่โดนมือใหญ่กอบกุมออก






"ก็อยากจับมือแฟน ผิดหรอ?"



 



"......>////<ไอบ้า... "



 



 



..............



.........................



 



หลังจากเขินจนทำอะไรไม่ถูกไปพักหนึ่ง ชางมินก็ค่อยๆรวบรวมสติของตนให้กลับมาจดจ่อกับพฤติกรรมที่แปลกไปของมิกกี้อีกครั้ง

ทำไมจะไม่รู้...

ว่ายูชอนคิดยังไงกับแจจุง....


..............
.........................


"เห้อ....."เด็กหนุ่มร่างสูงถอนหายใจพลางทิ้งตัวลงกับพื้นหญ้าใต้ต้นไม้ต้นใหญ่หลังมหาลัย...


ที่ๆมักจะมาใช้เวลาอยู่บ่อยๆเมื่อมีเรื่องกลุ้มใจ...

เรื่องที่กลุ้ม...

จะเป็นอะไรไปได้ล่ะ...


ทุกครั้งที่มาที่นี่....

ก็กลุ้มเรื่องคนๆเดียวนั่นล่ะ...


มิกกี้ถอนหายใจเฮือกหนึ่งก่อนเงยหน้ามองท้องฟ้าอย่างไร้จุดหมาย...


นายยังรักยุนโฮอยู่ใช่มั้ย?....

แจจุง...



ถ้าเป็นแบบนั้นแล้วทำไมถึงปฏิเสธเขาไปล่ะ?!....

แบบนี้เท่ากับว่า...


ฉันยังมีโอกาสอยู่บ้าง...

ใช่รึเปล่า?....



 



"อะ..เอ่อ...รุ่นพี่ฮะ..."

"อ้าว...จุนซูเองหรอ?.."มิกกี้หันตามเสียงเรียกก่อนจะส่งยิ้มพิฆาตโลมาไปให้

"เอ่อ...ผมนั่งด้วย...ได้รึเปล่าฮะ?"เซียถามเสียงตะกุกตะกัก ก้มหน้าเพื่อซ่อนแก้มที่แดงจนแทบระเบิด...

"ได้สิ"มิกกี้ตอบพลางยิ้มให้อีกครั้ง...

เด็กหนุ่มร่างบางเมื่อได้ยินคำอนุญาต ก็ค่อยๆเดินมาด้านข้างของร่างสูงก่อนจะทิ้งตัวนั่งลงโดยเว้นระยะห่างเล็กน้อย...สองมือกุมประสานกันไว้ด้านหน้า ใบหน้าเรียวเสไปทางอื่นที่ไม่ใช่ร่างสูงด้านข้าง...


อย่ายิ้มแบบนั้นบ่อยนักสิ...

แค่นี้ก็จะแย่แล้ว > <



"ไม่มีเรียนหรอ?"มิกกี้ถาม

"เอ่อ...อาจารย์ลาหยุดน่ะฮะ.."

"อ่อ....ของพี่เข้าสายน่ะ...เนี่ยเดี๋ยวก็ต้องไปเข้าเรียนละ...."มิกกี้ตอบก่อนหันใบหน้าเข้ารับลมเย็นที่พัดผ่าน...เผื่อหวังว่าจะลบความไม่สบายใจที่มีอยู่ให้บรรเทาลงไปได้บ้าง...


ทั้งๆที่รู้ดีอยู่...

ว่าสายลมไม่ได้ช่วยอะไรเลย...



"มีเรื่องไม่สบายใจรึเปล่าฮะ?"



ร่างสูงชะงักงัน..ใบหน้าคมหันไปสบตากับร่างบาง..และหลุดหัวเราะออกมาเล็กน้อย...

"หน้าพี่บอกว่ามีเรื่องกลุ้มแปะอยู่หรอ? ถึงได้รู้เนี่ย?"


เซียไม่ตอบอะไรเพียงแต่ส่งยิ้มกลับไปให้...

"มันก็...ไม่ได้เรื่องใหญ่อะไรนักหรอก......"มิกกี้พูดต่อหวังจะจบบทสนทนานี้แต่ก็โดนประโยคต่อมาจากร่างบางขัดขึ้นซึ่งทำเอาหัวใจเขาหนักอึ้งจนเหมือนมันตกลงไปในเหวลึกที่มองไม่เห็นพื้นด้านล่าง...



"เรื่องพี่แจจุงสินะฮะ?..."





สิ่งที่ค้างคาอยู่ในใจของร่างบางมาตลอด หลุดออกจากปากไม่ดังมากนัก..คล้ายรำพึงอย่างไม่ได้ตั้งใจ...แต่มันกลับดังก้องสะท้อนในใจของอีกคนจนอื้ออึงไปหมด...


".....รู้เหรอ?...."


ร่างเล็กไม่ตอบ แต่ส่งยิ้มกลับไปให้ก่อนจะละใบหน้าออกรับลมบ้าง...



รู้สิฮะ...ทำไมจะไม่รู้?..


ผมมองพี่มาตลอด...

ตั้งแต่วันแรกที่ได้เจอกัน....

สายตาของผมไม่เคยละจากพี่ได้เลย....


ไม่ต่างกับพี่....

ที่มองแต่พี่แจจุงมาตลอดเหมือนกัน....



"หึ...น่าสมเพชดีนะ..ขนาดกับคนที่เพิ่งเจอกันไม่ทันไร กลับถูกดูออกจนทะละปรุโปร่งขนาดนี้....ไม่ไหวเลย...ปาร์ค ยูชอน..."มิกกี้หัวเราะเยาะให้กับตัวเองก่อนพูดคิดตลกประชดไปในตัว....


เขาเพิ่งรู้วันนี้เอง...

สายลมไม่ได้ช่วยบรรเทาความไม่สบายใจให้หายไปได้...

แต่กลับนำพาคนที่จะทำให้เขาสบายใจมาให้แทนต่างหาก...


คนที่รู้และเข้าใจในตัวเขาได้โดยไม่ต้องเอ่ยปากพูดอะไร....



"บอกเขาไปสิฮะ..."จู่ๆเซียก็เอ่ยขึ้นก่อนจะหันหน้าที่ระบายด้วยรอยยิ้มมาใหมิกกี้และพูดต่อ...

"ดีกว่าเก็บมากลุ้มแบบนี้...มันไม่ได้ช่วยบอกคำตอบที่พี่อยากรู้จากพี่แจจุงหรอกนะฮะ"



บอกกับคนอื่นได้...

แล้วตัวเองล่ะ?

คิม จุนซู...

..........
................................


"ไง...ดีขึ้นรึยัง?....วันหลังไม่ต้องมาเรียนก็ได้นะ...เล่นนอนซะครบคาบเช้าแล้วนิ.."ซีวอนทักทายคนป่วยที่นอนอยู่เตียงในสุดทันทีหลังจากเปิดประตูห้องพยาบาลเข้ามาเพื่อมารับกลับบ้าน เพราะวันนี้ทั้งสามไม่มีเรียนคาบบ่าย...

"
อืม...แล้วนี่จะกลับบ้านเลยหรอ?"แจจุงค่อยๆดันตัวพิงกับพนักเตียงโดยมีมิกกี้คอยช่วยอยู่ไม่ห่าง ถามขึ้นอย่างงัวเงีย....

"
กลับเลยสิ สภาพแบบนี้จะไปไหนได้อีกล่ะ?"ซีวอนยังคงกวนไม่เลิก เลยได้เจอฝ่ามือพิฆาตเข้าให้

"
โอ้ย!เจ็บนะ..."

"
ก็เลิกกัดแจจุงได้แล้ว...นี่แล้วนายเป็นไง? ดีขึ้นรึยัง?"เจ้าของฝ่ามือพิฆาตเมื่อกี๊พูดขึ้นกับคนที่กำลังลูบตรงบริเวณที่โดนตีเข้าให้ก่อนจะจะหันไปถามอาการเพื่อนรัก แต่ก็ยังไม่วายส่งสายตาขวางใส่ให้กับคนตัวโตอีกรอบ

"
พวกนายเป็นแฟนกันแล้วหรอ?"แจจุงถามพลางอมยิ้มเล็กน้อย

"
ถ้าดีขึ้นแล้วก็กลับเลยแล้วกัน!"ชางมินพูดเสียงดังกลบคำถามจากเพื่อนรักก่อนจะช่วยพยุงให้แจจุงลุกขึ้น

"
เดี๋ยวสิๆๆ...ยังไม่อยากกลับบ้านเลยอ่ะ"

"
แล้วจะไปไหนล่ะ?"



"
ไปกินไอติมกันนะ ^ ^"


.
..





กิ๊งก่อง~~~

"มาแล้วครับๆ"

แกร๊ก----


"นาย....."

"เอ่อ...ทงเฮอยู่รึเปล่า?"

"อยู่...ว่าแต่นายมีอะไรกับทงเฮมิทราบ?"

"เอ่อ...."


"คิบอมใครมาหรอฮะ?"เสียงเล็กจากภายในห้องคอนโดดังแทรกขึ้นก่อนเจ้าตัวจะโผล่หน้าออกมาดูผู้มาเยือน

"อ้าว...ยุนโฮเองหรอ?"

.......
...............

"มาถึงนี่มีอะไรรึเปล่าฮะ?"ร่างเล็กถามขึ้นหลังจากทิ้งตัวนั่งลงบนโซฟานุ่มพร้อมกับคนรักที่นั่งลงขนาบข้างแทบจะทันที ซ้ำยังส่งสายตาอันไม่เป็นมิตรไปให้ยุนโฮที่นั่งอยู่ฝั่งตรงข้ามเป็นระยะๆ

"เอ่อ....จะย้ายบ้านหรอ?"ยุนโฮไม่ตอบแต่กลับป้อนคำถามให้คนตัวเล็ก เมื่อสังเกตเห็นว่าภายในห้องคอนโดโล่งผิดปกติ มีกล่องเปล่าวางกระจายอยู่รอบๆห้อง บางกล่องดูเหมือนจะมีของบรรจุเต็มแล้วสี่ห้ากล่องตั้งอยู่ชิดกำแพง และบางส่วนดูเหมือนมีสิ่งของยังใส่ไม่เต็มดีวางระเกะระกะอยู่ใกล้ๆกับโซฟาที่พวกเขาใช้นั่งกันอยู่

"ที่จริง...ผมจะย้ายกลับไปต่อมหาลัยที่อเมริกาเลยน่ะฮะ พอดีพี่สาวผมยื่นเรื่องไว้ตั้งแต่ผมยังไม่จบไฮสคูลที่นั่น แล้วเขาก็ตกลงรับแล้วด้วย...แต่พอดีเกิดเรื่อง...เอ่อ..."ถึงตรงนี้ ทงเฮเหลือบมองคนรักข้างตัวก่อนจะแสดงสีหน้ารู้สึกผิดเล็กน้อย..และพูดต่อ

"เกิดเรื่องผมกับคิบอม..ผมก็เลยตัดสินใจปุบปับมาต่อที่เกาหลีน่ะฮะ...ตอนนี้ทุกอย่างก็ลงตัวแล้ว..พี่สาวผมเลยอยากให้ผมกลับไปต่อที่นั่นเหมือนเดิม...พี่ผมจัดการโอนหน่วยกิตไปที่โน่นเรียบร้อยแล้วด้วย.."



"อย่างนั้นหรอ?...ดีใจด้วยนะที่พวกนายสองคนเข้าใจกันได้..."ยุนโฮพูดออกมาอย่างจริงใจ..

"แล้ว...เรื่องแจจุงล่ะฮะ...เป็นยังไงบ้าง?"ทงเฮยิงคำถามใส่ทันที เพราะรู้อยู่ที่ยุนโฮมานี่ก็มีเรื่องคนๆเดียวนั่นแล่ะ...ถ้ามัวแต่รอให้ยุนโฮเปิดปากเล่าก่อน ก็คงต้องรอจนผมหงอกขึ้นแน่ๆ

"เอ่อ......"ยุนโฮอึกอักเล็กน้อยเมื่อโดนคนตัวเล็กยิงคำถามเข้าใส่โดยไม่ทันตั้งตัวร่างสูงถอนหายใจเฮือกหนึ่งก่อนจะพูดประโยคต่อมาด้วยน้ำเสียงท้อแท้และสิ้นหวัง

"เรื่องฉันกับแจจุงคงจบแล้วจริงๆนั่นแล่ะ"ร่างสูงอดยิ้มเยาะให้ตัวเองไม่ได้เมื่อนึกถึงภาพเหตุการณ์เมื่อเช้า


ทั้งๆที่คิดว่าน่าจะมีโอสกาสอยู่บ้าง...

ที่จะกลับไปเป็นอย่างเก่า...

แต่จริงๆแล้ว โอกาสมันไม่มีให้ตั้งแต่วันที่ฉันตัดสินใจปล่อยนายไปแล้วสินะ..


"จะว่าใครได้ล่ะ...ฉันเป็นฝ่ายทิ้งเขามาเองนินะ...แถมยังทำให้พวกนายต้องเกือบเข้าใจผิดกันอีก..."

"เขามีคนที่ดูแลได้ดีกว่าฉัน และถ้าเขามีความสุขดี ฉันก็พอใจแล้วล่ะ"


"โกหก!"

จู่ๆคิบอมก็โพล่งขึ้นทำเอาทงเฮและยุนโฮหันมามองร่างสูงเป็นตาเดียว



"นายไม่ได้พอใจอย่างที่พูดสักหน่อย..."

"อยากได้เขากลับมา ก็ต้องลงมือทำสิ...ไม่ใช่มานั่งหมดอาลัยตายอยากแบบนี้..."คิบอมพูดอย่างเหลืออด..


พูดมาได้ว่าพอใจที่เห็นคนรักตัวเองไปมีความสุขกับคนอื่น...

โกหกชัดๆ..

เรื่องแบบนั้นมีแต่ในนิยายน้ำเน่าเท่านั้นแล่ะ...

ชีวิตจริงความรู้สึกมันมีแต่คำว่า เจ็บ ต่างหากล่ะ...



"นะ..นาย..รู้เรื่องหรอ?"ยุนโฮถามอย่างแปลกใจ...

"เอ่อ...ผมเป็นคนเล่าให้คิบอมฟังเองน่ะฮะ...ตอนที่ปรับความเข้าใจกัน.."ทงเฮตอบขึ้นช้าๆพลางนึกถึงเหตุกาณ์ตอนที่ปรับความเข้าใจกับคนรัก...ทั้งบังคับทั้งขู่เข็ญให้เล่าเรื่องเขากับยุนโฮอย่างละเอียดแทบทุกวินาทีตั้งแต่รู้จักกับยุนโฮ...จนสุดท้ายก็เลยพลอยรู้เรื่องยุนโฮกับแจจุงเป็นของแถมไปด้วย..

"ถ้านายคิดแบบที่นายว่าล่ะก็...รอส่งตัวคนรักนายเข้าหอกับคนอื่นก็แล้วกัน"คิบอมพูดต่อเหมือนไม่ได้ยินคำถามจากยุนโฮ

"ก็เพราะว่านายเป็นฝ่ายทิ้งเขา...ถ้าอยากได้เขากลับมาก็ต้องเป็นฝ่ายเข้าหาสิ...จะรอให้เขาเดินมาหานายเองรึไง?"

"ก็เพราะฉันทำไปแล้วไงล่ะ..หึ..แล้วยังไง?....เดินกุมมือกับอีกคนมาให้เห็นตำตาไม่พอ..แถมยังปฎิเสธฉันต่อหน้าเขาอีก...จะให้ฉันทำยังไง?"



"นายบ้าหรือโง่?! การที่จะเอาคนรักนายกลับมามันไม่ได้ง่ายเหมือนเวลานายเหยียบเท้าคนอื่นแล้วบอกขอโทษหรอกนะ...มันเจ็บกว่ากันหลายเท่านัก นายเองก็รู้ดีนี่...แล้วนายคิดว่าคนรักนายจะยอมยกโทษให้ง่ายๆอย่างนั้นหรอ?"คิบอมขึ้นเสียงอย่างสุดจะทน


ไอ้นี่มันเป็นประธานนักเรียนมาได้ยังไงวะ?

ถ้าเสียคนรักไปจริงๆ..

เขาจะไม่แปลกใจเลยว่าเพราะอะไร...


หลังจากคิบอมพูดจบก็ไม่มีใครพูดอะไรอีก..ทงเฮขยับตัวอย่างอึดอัดท่ามกลางความเงียบที่แสนจะกดดัน..จนสุดท้ายคนตัวเล็กทนไม่ไหวเอ่ยทำลายความเงียบขึ้น


"ยุนโฮฮะ...สิ่งที่ยุนโฮเห็นอาจจะไม่ได้เป็นอย่างที่คิดก็ได้...อย่าเพิ่งยอมแพ้ง่ายๆสิฮะ...ถ้าจนถึงที่สุดแล้ว..ไม่เป็นอย่างที่คิด...อย่างน้อยเราก็ได้ลงมือทำอย่างเต็มที่แล้ว ดีกว่ามานั่งเสียใจทีหลัง เพราะไม่ได้ทำอะไรเลยนะฮะ.."ทงเฮพูดอย่างให้กำลังใจ


เพียงแค่ยุนโฮพยายามอีกนิด...

แจจุงต้องกลับมาแน่นอน...

เพราะจนถึงตอนนี้..

เขามั่นใจ...

ว่าแจจุงก็ยังรักยุนโฮอยู่ไม่แพ้กัน..

............
.........................



ร้านไอติม


"ช็อคโกแลตซันเดย์เพิ่มวิปป์ครีมฮะ"เสียงหวานสั่งเมนูโปรดโดยไม่ต้องขอดูเมนูกับพนักงานเสิร์ฟอย่างคล่องแคล่วเป็นคนสุดท้ายก่อนที่พนักงานจะเดินออกจากโต๊ะไป ทำเอาคนที่นั่งตรงกันข้ามอดไม่ได้ที่จะเอ่ยแซว

"โอ้โหแฮะ..เพิ่มวิปป์ครีมด้วย..นายนี่..ป่วยทีกินลืมอ้วนเลยนะ"

ป้าบ!!

"โอ้ยเจ็บนะ...ตีทำไมอ่ะ?"ซีวอนลูบแขนตนเองก่อนจะหันไปมองคนที่ได้ชื่อว่าเป็นแฟนพลางทำหน้าที่คิดว่าดูแล้วน่าสงสารที่สุดไปให้

"ก็ถ้าปากยังไม่เลิกหาเรื่องล่ะก็ จะโดนอย่างอื่นตีแทนแน่"

"หมายถึงปากน่ะหรอที่จะใช้ตีน่ะ?"

"คงงั้นมั้ง?"ชางมินพูดเสียงหวานจนหน้าขนลุกพลางส่งยิ้มสวยไปให้คนรักและ..

"โอ้ย!!!!!! ชางมินมันเจ็บนะ...เหยียบมาได้"ซีวอนร้องโวยขึ้นพลางขยับเท้าที่โดนเหยียบออกห่างจากรัศมีเท้าของคนรักทันที

"นี่ไงล่ะที่ว่าอย่างอื่น...ถ้ายังไม่เลิกอีกละก็ มันจะลอยเข้าไปในปากนายเดี๋ยวนี้ล่ะ"


"พวกนายนี่จะว่าสวีทก็ใช่อยู่นะ...เป็นแฟนกันประเภทไหนเนี่ย?"แจจุงหลุดถามพลางกลั้นยิ้มสุดความสามารถเมื่อเห็นสายตาของเพื่อนเขาที่มองมา

"ไม่ต้องพูดมากเลย ใครว่าฉันเป็นแฟนกับหมอนี่ล่ะ"

"อ่าวพูดแบบนี้ไม่รับผิดชอบกันเลยนะ...แล้วเรื่องเมื่อวานล่ะ?"



"เมื่อวาน?"แจจุงและมิกกี้ถามพร้อมกัน

"มะ...ไม่มีอะไรทั้งนั้นแล่ะ.."ชางมินตอบตะกุกตะกักก่อนจะหันมาทางซีวอนพลางทำสีหน้าที่บอกให้รู้ว่า ถ้าพูดถึงเรื่องเมื่อวานอีกล่ะก็...เตรียมตัวเกิดใหม่ได้เลย


แจจุงอมยิ้มจนปวดแก้มกับความน่ารักของเพื่อนทั้งสอง มีความสุขเหมือนกับเมื่อเช้าไม่มีเรื่องอะไรเกิดขึ้นกับตน...

รอยยิ้มสวยของร่างบางนั้นทำเอาอีกคนยิ้มออกมาโดยไม่รู้ตัว..


ยิ้มได้แบบนี้...

แสดงว่าสบายใจขึ้นแล้วสินะ...


ขออย่าให้มีอะไรทำให้รอยยิ้มของนายหายไปเลยนะ..

รอยยิ้มของนาย..

เปรียบเสมือนกระจกสะท้อนรอยยิ้มของฉันอีกคน..

รู้ตัวบ้างรึเปล่า?..



"ขอโทษนะคะ.."พนักงานเสิร์ฟในร้านคนหนึ่งเอ่ยขัดจังหวะขึ้นก่อนจะวางถ้วยไอติมถ้วยยักษ์ที่ถืออยู่ในมือลงบนโต๊ะของเขาทั้งสี่

"มีคนฝากมาให้คนที่โต๊ะนี้น่ะค่ะ"



"เอ่อ...ขอบคุณฮะ"ชางมินเอ่ยขอบคุณกับพนักงานที่ยิ้มให้ก่อนจะเดินออกจากโต๊ะไป

"ของใครล่ะเนี่ย?"ชางมินเอ่ยพึมพำก่อนจะจ้องมองซุปเปอร์ช๊อกโกแลตซันเดย์ถ้วยปริศนาตรงหน้าอย่างงงงวยไม่ต่างจากอีกสามคน

"อ๊ะ...มีการ์ดด้วยนิ"ซีวอนบอกพลางดึงการ์ดเล็กๆที่ปักอยู่บนสุดของถ้วยไอติม




"...For you...My Forever HERO..."




"ฮีรง..ฮีโร่..อะไรเนี่ย? โต๊ะเรามีคนชื่อนี้ด้วยหรอ?"ซีวอนอ่านออกเสียงให้ฟังเสร็จก็เอ่ยถามเพื่อนทั้งสาม

"นายไปเป็นฮีโร่ให้สาวที่ไหนรึเปล่าวะ ยูชอน?"เมื่อไม่มีคนตอบ ซีวอนจึงพุ่งเป้าไปที่เพื่อนรักคนแรก

"ห๊ะ?..จะบ้ารึไง..ฉันจะเป็นไปฮีโร่ให้ใครได้ล่ะ?"มิกกี้เอ่ยตอบซีวอนงงๆ

"ก็นายป๊อปน้อยซะเมื่อไร...เป็นที่ชื่นชมของพวกรุ่นพี่รุ่นน้องตั้งเยอะแยะ...อ๊ะ..หรือว่าจะเป็นน้องแก้มยุ้ยคนนั้น..ไม่สิ..ฉันว่ารุ่นพี่สาวสวยที่ชื่อยูริที่สองวันก่อนทำงานกับนายรึเปล่า?..หรือว่า..."

"พอเลยไอ้บ้า แล้วมันเกี่ยวอะไรกับไอ้คำว่าฮีโร่ด้วยล่ะ..ฉันไม่ได้ไปช่วยชีวิตใครไว้สักหน่อย"


"ถ้วยนั่นไม่ใช่ของยูชอนหรอก"ชางมินพูดแทรกซีวอนกับมิกกี้ขึ้นก่อนจะค่อยๆหันหน้าไปทางแจจุงที่จ้องมองถ้วยไอติมตรงหน้าไม่วางตา



"แจ....."

"ฉันขอตัวก่อนนะ"ว่าแล้วร่างบางก็ลุกพรวดขึ้นและออกวิ่งไปทางประตูร้านทันที

"แจจุง!..เดี๋ยวสิ.."ชางมินทำท่าจะลุกตาม แต่ก็ไม่ทันซะแล้วเมื่อมองเห็นหลังเพื่อนรักเลี้ยวหายไปทางมุมตึกของอีกฝั่ง

"เห้อ...ให้ตายสิ"เด็กหนุ่มสบถเบาๆก่อนจะสบตากับอีกสองคนที่เหลือที่ดูจะงงๆกับเหตุการณ์ที่เพิ่งเกิดขึ้นไม่น้อย โดยเฉพาะมิกกี้ที่แสดงสีหน้าทั้งเป็นห่วงและกังวลอย่างชัดเจน

"ถ้วยนั่น..."ชางมินเริ่มพูดขึ้นก่อนจะเว้นช่วงหายใจเล็กน้อยพลางมองไปที่มิกกี้และพูดต่อ

"เป็นของแจจุงนั่นแล่ะ..."


"ชื่อ Hero เป็นชื่อที่ยุนโฮเคยเรียกแจจุงน่ะ"


.
.
.




 



ร่างเล็กออกตัววิ่งอย่างรวดเร็วทันทีหลังจากก้าวเท้าออกจากประตูร้าน...เด็กหนุ่มวิ่งฝาฝูงชนที่แออัดตามถนนสายคับแคบด้วยความเร็วเต็มฝีเท้าก่อนจะค่อยๆผ่อนความเร็วลงและหยุดตรงสถานที่ที่หนึ่ง...



 



ตากลมโตทอดมองไปยังร้านเค้กประจำที่เคยมาบ่อยๆ...



แม่น้ำสายเดิมที่ไหลเอื่อยๆลับไปจนสุดตา...



และต้นไม้ต้นใหญ่ต้นเดิมที่ตั้งสง่าอยู่ข้างริมแม่น้ำไม่ไกลจากตัวเขาออกไป...



 



 



ทั้งๆที่ทุกอย่างมันกำลังจะดีขึ้น....



 



แต่ตอนนี้มันกำลังจะกลับไปที่จุดเริ่มต้นใหม่อีกครั้ง....



 



ความพยายามหนึ่งปีที่ผ่านมา...



 



มันไร้ค่าและไม่มีประโยชน์อะไรเลย....



 



 



ทำไม??



 



ทำแบบนี้อีกทำไม??



 



 



น้ำตาที่เคยเหือดหายไปอยู่ช่วงหนึ่ง...กลับเอ่อคลอดวงตาสวยอย่างห้ามไม่อยู่



เด็กหนุ่มค่อยๆก้าวเท้าไปยังใต้ต้นไม้ต้นใหญ่...ก่อนที่จะทรุดตัวลงอย่างไร้เรี่ยวแรง...ภาพในอดีตกลับเข้ามาในความทรงจำอีกครั้ง....



 



.



.



.



 



 



สองปีก่อน...



 



 



"สองปีแล้วนะ"คนตัวสูงเอ่ยกับร่างเล็กด้านข้างที่นั่งเอาหัวพิมไหล่ของตนอยู่..



 



"อื้อ.... "ร่างบางเอ่ยตอบรับพลางเงยหน้ามองท้องฟ้ายามค่ำคืนในฤดูหนาว....ตาดำขลับจับจ้องไปยังดวงดาวที่กำลังส่องแสงสว่างตัดกับท้องฟ้าที่มืดสนิท...



 



First love #14-16

"ไม่เป็นไรนะ... "



 



 



แจจุงไม่ตอบอะไร ใบหน้าหวานสวยกำลังเปรอะเปื้อนไปด้วยคราบน้ำตาที่ไหลออกมาไม่หยุดหลังจากที่แยกจากยุนโฮมาแล้ว



 



เสียงของอดีตคนรัก ยังก้องอยู่ในโซนประสาท ทั้งดังและชัดเจน



 



 



ไม่ผิดใช่มั้ยที่ไม่คิดจะหวนกลับไปอีก...



 



ไม่อยากจะเจ็บซ้ำสองอีกแล้ว...



 



เข็ดแล้ว...



 



พอแล้ว...



 



พอกันที...



 



 



ฉันจะยังเชื่อนายได้อยู่อีกหรอ?...



 



ทั้งๆที่ตอนจากไป...



 



สามปีของเรายังรั้งเวลาเพียงไม่กี่เดือนของนายและทงเฮไม่ได้เลย...



 



 



ช่วงเวลาเพียงแค่นั้นนายกลับเลือกคนอื่น...



 



แต่ตอนนี้เพิ่งมาบอกว่าเข้าใจผิด...



 



เข้าใจผิดถึงปีนึงเชียวหรือ??



 



เหตุผลที่ขัดกันและไม่ลงตัวแบบนี้...



 



 



นายยังมีค่าพอให้ฉันกล้าเสี่ยงกลับไปหาได้อีกอย่างนั้นหรอ?....



 



ยุนโฮ...



ไม่ไหวหรอกนะ...



 



ขนาดเวลาล่วงเลยมาตั้งปีแล้ว....



 



ฉันยังไม่สามารถลืมนายได้เลย



 



ฉีนกลัว...



 



กลัว...



 



หากกลับไปและโดนนายบอกเลิกอีกครั้ง...



 



ฉันไม่ต้องทำใจทั้งชีวิตกันเลยหรือยังไง?...



 



 



 



เข้าใจใช่ไหม?...



 



รัก...



 



แต่กลับไปไม่ได้อีกแล้ว...



 



 



 



.............



...........................



 



 



"แจจุงล่ะ? "เด็กหนุ่มผิวน้ำผึ้งเอ่ยถามขึ้นหลังจากที่ขึ้นห้องเรียนมาแล้วกลับไม่เห็นหน้าเพื่อนสนิท



 



"เอ่อ..พอดีปวดหัวนิดหน่อย อยู่ห้องพยาบาลน่ะ"



 



"เมื่อเช้ายังดีๆอยู่เลยนี่น่า...เป็นอะไรไปแล้วล่ะเนี่ย? "ชางมินถามอีกครั้ง สีหน้าครุ่นคิดพลางทิ้งตัวนั่งลงพร้อมกับคนตัวโตที่นั่งลงข้างๆ






"ไม่มากหรอก"มิกกี้หันไปแค่นยิ้มตอบ



 



 



โกหก...



 



ทั้งๆที่ร้องไห้จนแทบเดินทรงตัวไม่อยู่ขนาดนั้น...



 



จะเรียกว่าไม่เป็นอะไรมากได้ยังไงกัน...



 



 



เพียงเสี้ยววินาทีที่ได้คุยกับหมอนั่น...



 



ทำนายเป็นถึงขนาดนั้นเลยหรอแจจุง?...



 



 



"ฉันจะลงไปข้างล่างหน่อย อาจารย์วันนี้เข้าสายน่ะ เดี๋ยวมานะ"มิกกี้พูดแค่นั้นก่อนเดินออกจากห้องไป ทิ้งให้ชางมินต้องมองตามอย่างสงสัยหนักขึ้นเข้าไปอีก



 



"มันต้องมีอะไรแน่ๆ จู่ๆหน้าเพื่อนนายก็ทำหน้าเหมือนคนอกหักขึ้นมาซะอย่างนั้นแล่ะ...นายคิดว่าไง?"หันกลับมาถามคนรัก



 



 



ฟอด!



 



"นี่!!ทำอะไรน่ะ?!"ชางมินรีบกุมแก้มที่กำลังเปลี่ยนเป็นสีแดงจัดของตัวเองทันที ก่อนจะหันมองด้านหน้าด้านหลังเลิกลั่ก...โชคดีนะที่คนไม่ค่อยอยู่กัน..ให้ตายเถอะ!



 



"อย่างนี้ค่อยชื่นใจหน่อย"



 



"นี่นายไม่ได้ฟังที่ฉันพูดเลยรึไงเนี่ย!!!??"



 



"ฟังซี่..เลิกคิดมากได้แล้วหน่า หน้าอย่างยูชอนอกหักล่ะก็ ฉันยอมให้นายจูบสิบทีต่อวันเลยเอ้า!"



 



"ทุเรศ!"



 



"แต่ถ้าเกิดมันอกหักขึ้นมาจริงๆ เปลี่ยนเป็นวันล่ะยี่สิบทีเลยก็ได้นะ"คนพูดยิ้มเจ้าเล่ห์



 



"น่าเกลียด!..อ๊ะ..นี่ปล่อยเลยนะ จับอะไร?"พูดพลางพยายามสะบัดมือที่โดนมือใหญ่กอบกุมออก






"ก็อยากจับมือแฟน ผิดหรอ?"



 



"......>////<ไอบ้า... "



 



 



..............



.........................



 



หลังจากเขินจนทำอะไรไม่ถูกไปพักหนึ่ง ชางมินก็ค่อยๆรวบรวมสติของตนให้กลับมาจดจ่อกับพฤติกรรมที่แปลกไปของมิกกี้อีกครั้ง

ทำไมจะไม่รู้...

ว่ายูชอนคิดยังไงกับแจจุง....


..............
.........................


"เห้อ....."เด็กหนุ่มร่างสูงถอนหายใจพลางทิ้งตัวลงกับพื้นหญ้าใต้ต้นไม้ต้นใหญ่หลังมหาลัย...


ที่ๆมักจะมาใช้เวลาอยู่บ่อยๆเมื่อมีเรื่องกลุ้มใจ...

เรื่องที่กลุ้ม...

จะเป็นอะไรไปได้ล่ะ...


ทุกครั้งที่มาที่นี่....

ก็กลุ้มเรื่องคนๆเดียวนั่นล่ะ...


มิกกี้ถอนหายใจเฮือกหนึ่งก่อนเงยหน้ามองท้องฟ้าอย่างไร้จุดหมาย...


นายยังรักยุนโฮอยู่ใช่มั้ย?....

แจจุง...



ถ้าเป็นแบบนั้นแล้วทำไมถึงปฏิเสธเขาไปล่ะ?!....

แบบนี้เท่ากับว่า...


ฉันยังมีโอกาสอยู่บ้าง...

ใช่รึเปล่า?....



 



"อะ..เอ่อ...รุ่นพี่ฮะ..."

"อ้าว...จุนซูเองหรอ?.."มิกกี้หันตามเสียงเรียกก่อนจะส่งยิ้มพิฆาตโลมาไปให้

"เอ่อ...ผมนั่งด้วย...ได้รึเปล่าฮะ?"เซียถามเสียงตะกุกตะกัก ก้มหน้าเพื่อซ่อนแก้มที่แดงจนแทบระเบิด...

"ได้สิ"มิกกี้ตอบพลางยิ้มให้อีกครั้ง...

เด็กหนุ่มร่างบางเมื่อได้ยินคำอนุญาต ก็ค่อยๆเดินมาด้านข้างของร่างสูงก่อนจะทิ้งตัวนั่งลงโดยเว้นระยะห่างเล็กน้อย...สองมือกุมประสานกันไว้ด้านหน้า ใบหน้าเรียวเสไปทางอื่นที่ไม่ใช่ร่างสูงด้านข้าง...


อย่ายิ้มแบบนั้นบ่อยนักสิ...

แค่นี้ก็จะแย่แล้ว > <



"ไม่มีเรียนหรอ?"มิกกี้ถาม

"เอ่อ...อาจารย์ลาหยุดน่ะฮะ.."

"อ่อ....ของพี่เข้าสายน่ะ...เนี่ยเดี๋ยวก็ต้องไปเข้าเรียนละ...."มิกกี้ตอบก่อนหันใบหน้าเข้ารับลมเย็นที่พัดผ่าน...เผื่อหวังว่าจะลบความไม่สบายใจที่มีอยู่ให้บรรเทาลงไปได้บ้าง...


ทั้งๆที่รู้ดีอยู่...

ว่าสายลมไม่ได้ช่วยอะไรเลย...



"มีเรื่องไม่สบายใจรึเปล่าฮะ?"



ร่างสูงชะงักงัน..ใบหน้าคมหันไปสบตากับร่างบาง..และหลุดหัวเราะออกมาเล็กน้อย...

"หน้าพี่บอกว่ามีเรื่องกลุ้มแปะอยู่หรอ? ถึงได้รู้เนี่ย?"


เซียไม่ตอบอะไรเพียงแต่ส่งยิ้มกลับไปให้...

"มันก็...ไม่ได้เรื่องใหญ่อะไรนักหรอก......"มิกกี้พูดต่อหวังจะจบบทสนทนานี้แต่ก็โดนประโยคต่อมาจากร่างบางขัดขึ้นซึ่งทำเอาหัวใจเขาหนักอึ้งจนเหมือนมันตกลงไปในเหวลึกที่มองไม่เห็นพื้นด้านล่าง...



"เรื่องพี่แจจุงสินะฮะ?..."





สิ่งที่ค้างคาอยู่ในใจของร่างบางมาตลอด หลุดออกจากปากไม่ดังมากนัก..คล้ายรำพึงอย่างไม่ได้ตั้งใจ...แต่มันกลับดังก้องสะท้อนในใจของอีกคนจนอื้ออึงไปหมด...


".....รู้เหรอ?...."


ร่างเล็กไม่ตอบ แต่ส่งยิ้มกลับไปให้ก่อนจะละใบหน้าออกรับลมบ้าง...



รู้สิฮะ...ทำไมจะไม่รู้?..


ผมมองพี่มาตลอด...

ตั้งแต่วันแรกที่ได้เจอกัน....

สายตาของผมไม่เคยละจากพี่ได้เลย....


ไม่ต่างกับพี่....

ที่มองแต่พี่แจจุงมาตลอดเหมือนกัน....



"หึ...น่าสมเพชดีนะ..ขนาดกับคนที่เพิ่งเจอกันไม่ทันไร กลับถูกดูออกจนทะละปรุโปร่งขนาดนี้....ไม่ไหวเลย...ปาร์ค ยูชอน..."มิกกี้หัวเราะเยาะให้กับตัวเองก่อนพูดคิดตลกประชดไปในตัว....


เขาเพิ่งรู้วันนี้เอง...

สายลมไม่ได้ช่วยบรรเทาความไม่สบายใจให้หายไปได้...

แต่กลับนำพาคนที่จะทำให้เขาสบายใจมาให้แทนต่างหาก...


คนที่รู้และเข้าใจในตัวเขาได้โดยไม่ต้องเอ่ยปากพูดอะไร....



"บอกเขาไปสิฮะ..."จู่ๆเซียก็เอ่ยขึ้นก่อนจะหันหน้าที่ระบายด้วยรอยยิ้มมาใหมิกกี้และพูดต่อ...

"ดีกว่าเก็บมากลุ้มแบบนี้...มันไม่ได้ช่วยบอกคำตอบที่พี่อยากรู้จากพี่แจจุงหรอกนะฮะ"



บอกกับคนอื่นได้...

แล้วตัวเองล่ะ?

คิม จุนซู...

..........
................................


"ไง...ดีขึ้นรึยัง?....วันหลังไม่ต้องมาเรียนก็ได้นะ...เล่นนอนซะครบคาบเช้าแล้วนิ.."ซีวอนทักทายคนป่วยที่นอนอยู่เตียงในสุดทันทีหลังจากเปิดประตูห้องพยาบาลเข้ามาเพื่อมารับกลับบ้าน เพราะวันนี้ทั้งสามไม่มีเรียนคาบบ่าย...

"
อืม...แล้วนี่จะกลับบ้านเลยหรอ?"แจจุงค่อยๆดันตัวพิงกับพนักเตียงโดยมีมิกกี้คอยช่วยอยู่ไม่ห่าง ถามขึ้นอย่างงัวเงีย....

"
กลับเลยสิ สภาพแบบนี้จะไปไหนได้อีกล่ะ?"ซีวอนยังคงกวนไม่เลิก เลยได้เจอฝ่ามือพิฆาตเข้าให้

"
โอ้ย!เจ็บนะ..."

"
ก็เลิกกัดแจจุงได้แล้ว...นี่แล้วนายเป็นไง? ดีขึ้นรึยัง?"เจ้าของฝ่ามือพิฆาตเมื่อกี๊พูดขึ้นกับคนที่กำลังลูบตรงบริเวณที่โดนตีเข้าให้ก่อนจะจะหันไปถามอาการเพื่อนรัก แต่ก็ยังไม่วายส่งสายตาขวางใส่ให้กับคนตัวโตอีกรอบ

"
พวกนายเป็นแฟนกันแล้วหรอ?"แจจุงถามพลางอมยิ้มเล็กน้อย

"
ถ้าดีขึ้นแล้วก็กลับเลยแล้วกัน!"ชางมินพูดเสียงดังกลบคำถามจากเพื่อนรักก่อนจะช่วยพยุงให้แจจุงลุกขึ้น

"
เดี๋ยวสิๆๆ...ยังไม่อยากกลับบ้านเลยอ่ะ"

"
แล้วจะไปไหนล่ะ?"



"
ไปกินไอติมกันนะ ^ ^"


.
..





กิ๊งก่อง~~~

"มาแล้วครับๆ"

แกร๊ก----


"นาย....."

"เอ่อ...ทงเฮอยู่รึเปล่า?"

"อยู่...ว่าแต่นายมีอะไรกับทงเฮมิทราบ?"

"เอ่อ...."


"คิบอมใครมาหรอฮะ?"เสียงเล็กจากภายในห้องคอนโดดังแทรกขึ้นก่อนเจ้าตัวจะโผล่หน้าออกมาดูผู้มาเยือน

"อ้าว...ยุนโฮเองหรอ?"

.......
...............

"มาถึงนี่มีอะไรรึเปล่าฮะ?"ร่างเล็กถามขึ้นหลังจากทิ้งตัวนั่งลงบนโซฟานุ่มพร้อมกับคนรักที่นั่งลงขนาบข้างแทบจะทันที ซ้ำยังส่งสายตาอันไม่เป็นมิตรไปให้ยุนโฮที่นั่งอยู่ฝั่งตรงข้ามเป็นระยะๆ

"เอ่อ....จะย้ายบ้านหรอ?"ยุนโฮไม่ตอบแต่กลับป้อนคำถามให้คนตัวเล็ก เมื่อสังเกตเห็นว่าภายในห้องคอนโดโล่งผิดปกติ มีกล่องเปล่าวางกระจายอยู่รอบๆห้อง บางกล่องดูเหมือนจะมีของบรรจุเต็มแล้วสี่ห้ากล่องตั้งอยู่ชิดกำแพง และบางส่วนดูเหมือนมีสิ่งของยังใส่ไม่เต็มดีวางระเกะระกะอยู่ใกล้ๆกับโซฟาที่พวกเขาใช้นั่งกันอยู่

"ที่จริง...ผมจะย้ายกลับไปต่อมหาลัยที่อเมริกาเลยน่ะฮะ พอดีพี่สาวผมยื่นเรื่องไว้ตั้งแต่ผมยังไม่จบไฮสคูลที่นั่น แล้วเขาก็ตกลงรับแล้วด้วย...แต่พอดีเกิดเรื่อง...เอ่อ..."ถึงตรงนี้ ทงเฮเหลือบมองคนรักข้างตัวก่อนจะแสดงสีหน้ารู้สึกผิดเล็กน้อย..และพูดต่อ

"เกิดเรื่องผมกับคิบอม..ผมก็เลยตัดสินใจปุบปับมาต่อที่เกาหลีน่ะฮะ...ตอนนี้ทุกอย่างก็ลงตัวแล้ว..พี่สาวผมเลยอยากให้ผมกลับไปต่อที่นั่นเหมือนเดิม...พี่ผมจัดการโอนหน่วยกิตไปที่โน่นเรียบร้อยแล้วด้วย.."



"อย่างนั้นหรอ?...ดีใจด้วยนะที่พวกนายสองคนเข้าใจกันได้..."ยุนโฮพูดออกมาอย่างจริงใจ..

"แล้ว...เรื่องแจจุงล่ะฮะ...เป็นยังไงบ้าง?"ทงเฮยิงคำถามใส่ทันที เพราะรู้อยู่ที่ยุนโฮมานี่ก็มีเรื่องคนๆเดียวนั่นแล่ะ...ถ้ามัวแต่รอให้ยุนโฮเปิดปากเล่าก่อน ก็คงต้องรอจนผมหงอกขึ้นแน่ๆ

"เอ่อ......"ยุนโฮอึกอักเล็กน้อยเมื่อโดนคนตัวเล็กยิงคำถามเข้าใส่โดยไม่ทันตั้งตัวร่างสูงถอนหายใจเฮือกหนึ่งก่อนจะพูดประโยคต่อมาด้วยน้ำเสียงท้อแท้และสิ้นหวัง

"เรื่องฉันกับแจจุงคงจบแล้วจริงๆนั่นแล่ะ"ร่างสูงอดยิ้มเยาะให้ตัวเองไม่ได้เมื่อนึกถึงภาพเหตุการณ์เมื่อเช้า


ทั้งๆที่คิดว่าน่าจะมีโอสกาสอยู่บ้าง...

ที่จะกลับไปเป็นอย่างเก่า...

แต่จริงๆแล้ว โอกาสมันไม่มีให้ตั้งแต่วันที่ฉันตัดสินใจปล่อยนายไปแล้วสินะ..


"จะว่าใครได้ล่ะ...ฉันเป็นฝ่ายทิ้งเขามาเองนินะ...แถมยังทำให้พวกนายต้องเกือบเข้าใจผิดกันอีก..."

"เขามีคนที่ดูแลได้ดีกว่าฉัน และถ้าเขามีความสุขดี ฉันก็พอใจแล้วล่ะ"


"โกหก!"

จู่ๆคิบอมก็โพล่งขึ้นทำเอาทงเฮและยุนโฮหันมามองร่างสูงเป็นตาเดียว



"นายไม่ได้พอใจอย่างที่พูดสักหน่อย..."

"อยากได้เขากลับมา ก็ต้องลงมือทำสิ...ไม่ใช่มานั่งหมดอาลัยตายอยากแบบนี้..."คิบอมพูดอย่างเหลืออด..


พูดมาได้ว่าพอใจที่เห็นคนรักตัวเองไปมีความสุขกับคนอื่น...

โกหกชัดๆ..

เรื่องแบบนั้นมีแต่ในนิยายน้ำเน่าเท่านั้นแล่ะ...

ชีวิตจริงความรู้สึกมันมีแต่คำว่า เจ็บ ต่างหากล่ะ...



"นะ..นาย..รู้เรื่องหรอ?"ยุนโฮถามอย่างแปลกใจ...

"เอ่อ...ผมเป็นคนเล่าให้คิบอมฟังเองน่ะฮะ...ตอนที่ปรับความเข้าใจกัน.."ทงเฮตอบขึ้นช้าๆพลางนึกถึงเหตุกาณ์ตอนที่ปรับความเข้าใจกับคนรัก...ทั้งบังคับทั้งขู่เข็ญให้เล่าเรื่องเขากับยุนโฮอย่างละเอียดแทบทุกวินาทีตั้งแต่รู้จักกับยุนโฮ...จนสุดท้ายก็เลยพลอยรู้เรื่องยุนโฮกับแจจุงเป็นของแถมไปด้วย..

"ถ้านายคิดแบบที่นายว่าล่ะก็...รอส่งตัวคนรักนายเข้าหอกับคนอื่นก็แล้วกัน"คิบอมพูดต่อเหมือนไม่ได้ยินคำถามจากยุนโฮ

"ก็เพราะว่านายเป็นฝ่ายทิ้งเขา...ถ้าอยากได้เขากลับมาก็ต้องเป็นฝ่ายเข้าหาสิ...จะรอให้เขาเดินมาหานายเองรึไง?"

"ก็เพราะฉันทำไปแล้วไงล่ะ..หึ..แล้วยังไง?....เดินกุมมือกับอีกคนมาให้เห็นตำตาไม่พอ..แถมยังปฎิเสธฉันต่อหน้าเขาอีก...จะให้ฉันทำยังไง?"



"นายบ้าหรือโง่?! การที่จะเอาคนรักนายกลับมามันไม่ได้ง่ายเหมือนเวลานายเหยียบเท้าคนอื่นแล้วบอกขอโทษหรอกนะ...มันเจ็บกว่ากันหลายเท่านัก นายเองก็รู้ดีนี่...แล้วนายคิดว่าคนรักนายจะยอมยกโทษให้ง่ายๆอย่างนั้นหรอ?"คิบอมขึ้นเสียงอย่างสุดจะทน


ไอ้นี่มันเป็นประธานนักเรียนมาได้ยังไงวะ?

ถ้าเสียคนรักไปจริงๆ..

เขาจะไม่แปลกใจเลยว่าเพราะอะไร...


หลังจากคิบอมพูดจบก็ไม่มีใครพูดอะไรอีก..ทงเฮขยับตัวอย่างอึดอัดท่ามกลางความเงียบที่แสนจะกดดัน..จนสุดท้ายคนตัวเล็กทนไม่ไหวเอ่ยทำลายความเงียบขึ้น


"ยุนโฮฮะ...สิ่งที่ยุนโฮเห็นอาจจะไม่ได้เป็นอย่างที่คิดก็ได้...อย่าเพิ่งยอมแพ้ง่ายๆสิฮะ...ถ้าจนถึงที่สุดแล้ว..ไม่เป็นอย่างที่คิด...อย่างน้อยเราก็ได้ลงมือทำอย่างเต็มที่แล้ว ดีกว่ามานั่งเสียใจทีหลัง เพราะไม่ได้ทำอะไรเลยนะฮะ.."ทงเฮพูดอย่างให้กำลังใจ


เพียงแค่ยุนโฮพยายามอีกนิด...

แจจุงต้องกลับมาแน่นอน...

เพราะจนถึงตอนนี้..

เขามั่นใจ...

ว่าแจจุงก็ยังรักยุนโฮอยู่ไม่แพ้กัน..

............
.........................



ร้านไอติม


"ช็อคโกแลตซันเดย์เพิ่มวิปป์ครีมฮะ"เสียงหวานสั่งเมนูโปรดโดยไม่ต้องขอดูเมนูกับพนักงานเสิร์ฟอย่างคล่องแคล่วเป็นคนสุดท้ายก่อนที่พนักงานจะเดินออกจากโต๊ะไป ทำเอาคนที่นั่งตรงกันข้ามอดไม่ได้ที่จะเอ่ยแซว

"โอ้โหแฮะ..เพิ่มวิปป์ครีมด้วย..นายนี่..ป่วยทีกินลืมอ้วนเลยนะ"

ป้าบ!!

"โอ้ยเจ็บนะ...ตีทำไมอ่ะ?"ซีวอนลูบแขนตนเองก่อนจะหันไปมองคนที่ได้ชื่อว่าเป็นแฟนพลางทำหน้าที่คิดว่าดูแล้วน่าสงสารที่สุดไปให้

"ก็ถ้าปากยังไม่เลิกหาเรื่องล่ะก็ จะโดนอย่างอื่นตีแทนแน่"

"หมายถึงปากน่ะหรอที่จะใช้ตีน่ะ?"

"คงงั้นมั้ง?"ชางมินพูดเสียงหวานจนหน้าขนลุกพลางส่งยิ้มสวยไปให้คนรักและ..

"โอ้ย!!!!!! ชางมินมันเจ็บนะ...เหยียบมาได้"ซีวอนร้องโวยขึ้นพลางขยับเท้าที่โดนเหยียบออกห่างจากรัศมีเท้าของคนรักทันที

"นี่ไงล่ะที่ว่าอย่างอื่น...ถ้ายังไม่เลิกอีกละก็ มันจะลอยเข้าไปในปากนายเดี๋ยวนี้ล่ะ"


"พวกนายนี่จะว่าสวีทก็ใช่อยู่นะ...เป็นแฟนกันประเภทไหนเนี่ย?"แจจุงหลุดถามพลางกลั้นยิ้มสุดความสามารถเมื่อเห็นสายตาของเพื่อนเขาที่มองมา

"ไม่ต้องพูดมากเลย ใครว่าฉันเป็นแฟนกับหมอนี่ล่ะ"

"อ่าวพูดแบบนี้ไม่รับผิดชอบกันเลยนะ...แล้วเรื่องเมื่อวานล่ะ?"



"เมื่อวาน?"แจจุงและมิกกี้ถามพร้อมกัน

"มะ...ไม่มีอะไรทั้งนั้นแล่ะ.."ชางมินตอบตะกุกตะกักก่อนจะหันมาทางซีวอนพลางทำสีหน้าที่บอกให้รู้ว่า ถ้าพูดถึงเรื่องเมื่อวานอีกล่ะก็...เตรียมตัวเกิดใหม่ได้เลย


แจจุงอมยิ้มจนปวดแก้มกับความน่ารักของเพื่อนทั้งสอง มีความสุขเหมือนกับเมื่อเช้าไม่มีเรื่องอะไรเกิดขึ้นกับตน...

รอยยิ้มสวยของร่างบางนั้นทำเอาอีกคนยิ้มออกมาโดยไม่รู้ตัว..


ยิ้มได้แบบนี้...

แสดงว่าสบายใจขึ้นแล้วสินะ...


ขออย่าให้มีอะไรทำให้รอยยิ้มของนายหายไปเลยนะ..

รอยยิ้มของนาย..

เปรียบเสมือนกระจกสะท้อนรอยยิ้มของฉันอีกคน..

รู้ตัวบ้างรึเปล่า?..



"ขอโทษนะคะ.."พนักงานเสิร์ฟในร้านคนหนึ่งเอ่ยขัดจังหวะขึ้นก่อนจะวางถ้วยไอติมถ้วยยักษ์ที่ถืออยู่ในมือลงบนโต๊ะของเขาทั้งสี่

"มีคนฝากมาให้คนที่โต๊ะนี้น่ะค่ะ"



"เอ่อ...ขอบคุณฮะ"ชางมินเอ่ยขอบคุณกับพนักงานที่ยิ้มให้ก่อนจะเดินออกจากโต๊ะไป

"ของใครล่ะเนี่ย?"ชางมินเอ่ยพึมพำก่อนจะจ้องมองซุปเปอร์ช๊อกโกแลตซันเดย์ถ้วยปริศนาตรงหน้าอย่างงงงวยไม่ต่างจากอีกสามคน

"อ๊ะ...มีการ์ดด้วยนิ"ซีวอนบอกพลางดึงการ์ดเล็กๆที่ปักอยู่บนสุดของถ้วยไอติม




"...For you...My Forever HERO..."




"ฮีรง..ฮีโร่..อะไรเนี่ย? โต๊ะเรามีคนชื่อนี้ด้วยหรอ?"ซีวอนอ่านออกเสียงให้ฟังเสร็จก็เอ่ยถามเพื่อนทั้งสาม

"นายไปเป็นฮีโร่ให้สาวที่ไหนรึเปล่าวะ ยูชอน?"เมื่อไม่มีคนตอบ ซีวอนจึงพุ่งเป้าไปที่เพื่อนรักคนแรก

"ห๊ะ?..จะบ้ารึไง..ฉันจะเป็นไปฮีโร่ให้ใครได้ล่ะ?"มิกกี้เอ่ยตอบซีวอนงงๆ

"ก็นายป๊อปน้อยซะเมื่อไร...เป็นที่ชื่นชมของพวกรุ่นพี่รุ่นน้องตั้งเยอะแยะ...อ๊ะ..หรือว่าจะเป็นน้องแก้มยุ้ยคนนั้น..ไม่สิ..ฉันว่ารุ่นพี่สาวสวยที่ชื่อยูริที่สองวันก่อนทำงานกับนายรึเปล่า?..หรือว่า..."

"พอเลยไอ้บ้า แล้วมันเกี่ยวอะไรกับไอ้คำว่าฮีโร่ด้วยล่ะ..ฉันไม่ได้ไปช่วยชีวิตใครไว้สักหน่อย"


"ถ้วยนั่นไม่ใช่ของยูชอนหรอก"ชางมินพูดแทรกซีวอนกับมิกกี้ขึ้นก่อนจะค่อยๆหันหน้าไปทางแจจุงที่จ้องมองถ้วยไอติมตรงหน้าไม่วางตา



"แจ....."

"ฉันขอตัวก่อนนะ"ว่าแล้วร่างบางก็ลุกพรวดขึ้นและออกวิ่งไปทางประตูร้านทันที

"แจจุง!..เดี๋ยวสิ.."ชางมินทำท่าจะลุกตาม แต่ก็ไม่ทันซะแล้วเมื่อมองเห็นหลังเพื่อนรักเลี้ยวหายไปทางมุมตึกของอีกฝั่ง

"เห้อ...ให้ตายสิ"เด็กหนุ่มสบถเบาๆก่อนจะสบตากับอีกสองคนที่เหลือที่ดูจะงงๆกับเหตุการณ์ที่เพิ่งเกิดขึ้นไม่น้อย โดยเฉพาะมิกกี้ที่แสดงสีหน้าทั้งเป็นห่วงและกังวลอย่างชัดเจน

"ถ้วยนั่น..."ชางมินเริ่มพูดขึ้นก่อนจะเว้นช่วงหายใจเล็กน้อยพลางมองไปที่มิกกี้และพูดต่อ

"เป็นของแจจุงนั่นแล่ะ..."


"ชื่อ Hero เป็นชื่อที่ยุนโฮเคยเรียกแจจุงน่ะ"


.
.
.




 



ร่างเล็กออกตัววิ่งอย่างรวดเร็วทันทีหลังจากก้าวเท้าออกจากประตูร้าน...เด็กหนุ่มวิ่งฝาฝูงชนที่แออัดตามถนนสายคับแคบด้วยความเร็วเต็มฝีเท้าก่อนจะค่อยๆผ่อนความเร็วลงและหยุดตรงสถานที่ที่หนึ่ง...



 



ตากลมโตทอดมองไปยังร้านเค้กประจำที่เคยมาบ่อยๆ...



แม่น้ำสายเดิมที่ไหลเอื่อยๆลับไปจนสุดตา...



และต้นไม้ต้นใหญ่ต้นเดิมที่ตั้งสง่าอยู่ข้างริมแม่น้ำไม่ไกลจากตัวเขาออกไป...



 



 



ทั้งๆที่ทุกอย่างมันกำลังจะดีขึ้น....



 



แต่ตอนนี้มันกำลังจะกลับไปที่จุดเริ่มต้นใหม่อีกครั้ง....



 



ความพยายามหนึ่งปีที่ผ่านมา...



 



มันไร้ค่าและไม่มีประโยชน์อะไรเลย....



 



 



ทำไม??



 



ทำแบบนี้อีกทำไม??



 



 



น้ำตาที่เคยเหือดหายไปอยู่ช่วงหนึ่ง...กลับเอ่อคลอดวงตาสวยอย่างห้ามไม่อยู่



เด็กหนุ่มค่อยๆก้าวเท้าไปยังใต้ต้นไม้ต้นใหญ่...ก่อนที่จะทรุดตัวลงอย่างไร้เรี่ยวแรง...ภาพในอดีตกลับเข้ามาในความทรงจำอีกครั้ง....



 



.



.



.



 



 



สองปีก่อน...



 



 



"สองปีแล้วนะ"คนตัวสูงเอ่ยกับร่างเล็กด้านข้างที่นั่งเอาหัวพิมไหล่ของตนอยู่..



 



"อื้อ.... "ร่างบางเอ่ยตอบรับพลางเงยหน้ามองท้องฟ้ายามค่ำคืนในฤดูหนาว....ตาดำขลับจับจ้องไปยังดวงดาวที่กำลังส่องแสงสว่างตัดกับท้องฟ้าที่มืดสนิท...



 



First love #12-13

"เห้อออ...เหนื่อยชะมัดยาด...แต่ก็คุ้มวะ..เด็กปีนี้น่ารักๆทั้งนั้นเลยว่ามะ? "เด็กหนุ่มร่างสูงนอนแผ่ลงที่โซฟายาวตัวเดิมก่อนจะหันไปถามความเห็นเพื่อนสนิท


 


หนุ่มอีกคนที่เดินตามหลังเข้ามาติดๆมองหน้าเพื่อนตัวเองแล้วส่ายหัว ก่อนจะเดินมาเขกเข้าที่หัวให้อย่างจัง


 


"เคยจะคิดเรื่องอื่นบ้างมั้ยในหัวนายเนี่ย? "


 


"เจ็บนะ ก็มันจริงนี่หว่า...นี่ๆ ว่าแต่น้องรหัสนายอ่ะ น่ารักดีว่ะ แก้มยุ้ยๆแดงๆ ชื่อไรนะ? "


 


 


แคร้ง!


 


 


เสียงแก้วน้ำกระทบกับโต๊ะดังสะท้อนไปทั่วห้องเหมือนคนที่ถือตั้งใจให้คนที่พูดได้ยินยังไงยังงั้น


 


"แจจุง วันนี้ฉันคงต้องกลับบ้านนะ ไม่มีใครอยู่ที่บ้านน่ะ"ชางมินเอ่ยขึ้นกับเพื่อนสนิท ไม่ใส่ใจกับเสียงแก้วที่ตัวเองวางดังจนดึงความสนใจคนที่นอนแผ่บนโซฟาสักนิด


 


"คุณน้าไม่อยู่หรอ? "


 


"อืม...ไปประชุมสัมมนาสักที่ไหนเนี่ยล่ะ แล้วนี่ก็มานอนบ้านนายหลายวันละ คงต้องกลับไปเฝ้าบ้านสักหน่อย"


 


"จะกลับเลยหรอ? "ตาโตกลมสวยมองตามหลังของเพื่อนรักที่กำลังเดินมุ่งหน้าไปที่ประตู


 


"อืม ไม่รีบเดี๋ยวจะมืดซะก่อน ยังไงก็ฝากหวัดดีคุณน้าด้วยนะ ฉันไปล่ะ"


 


 


"เดี๋ยว"


ชายหนุ่มที่เมื่อสักครู่นอนแอ้งแม้งกับโซฟา บัดนี้กลับมาอยู่ด้านหลังของเด็กหนุ่มที่กำลังจะก้าวขาออกจากประตูบ้านภายในเสี้ยววินาทีจนเด็กหนุ่มตกใจ หมุนตัวกลับแทบไม่ทัน


 


"มีอะไร? "


 


"เดี๋ยวไปส่ง แจจุงฉันไปส่งชางมินก่อนนะ เดี๋ยวมา"ว่าไปนั่นก่อนจะรีบรุนหลังคนด้านหน้าให้เดินออกไปอย่างรวดเร็ว และก่อนที่ชางมินจะได้เอ่ยเสียงโวยวายอะไร ตัวเองก็โดนดันออกไปถึงนอกประตูบ้านเป็นที่เรียบร้อย


 


 


"จะถึงบ้านมั้ยนั่น? "แจจุงพูดติดตลกพลางชะเง้อมองออกไปหน้าบ้าน ทันเห็นหลังของคนสองคนหายไปไวๆตรงมุมรั้วของบ้าน


 


"ถึงแล่ะน่า สองคนนั้นก็เป็นแบบนี้ประจำนั่นแล่ะ แจจุงไปอาบน้ำก่อนเถอะ เหนียวตัวมาทั้งวันแล้วนิ"


 


"ยังขี้เกียจอยู่เลยอ่ะ ขอนอนสักงีบก่อนก็แล้วกัน "ว่าแล้วร่างบางก็เคลื่อนตัวอย่างเชื่องช้าไปที่โซฟายาวที่ซีวอนใช้เป็นที่นอนเมื่อครู่ แต่ก้าวยังไม่ครบครึ่งก้าวก็เจอวงแขนของอีกคนรั้งเอวบางไว้ทัน


 


"หยุดเลย เดี๋ยวก็ได้หลับไม่ตื่นจนเช้าอีกนั่นแล่ะ"เสียงนุ่มพูดผ่านข้างๆใบหูของคนตรงหน้าที่ยังคงพยายามจะไปที่โซฟานุ่มตัวนั้นให้ได้


 


"ไม่หรอก ขอฉันนอนแป๊ปเดียวเองนะ ยูชอน ไม่เกินครึ่งชม. สัญญา"หันหน้ามาบอกพร้อมตะเบ๊ะท่าเหมือนกับทหารรับสั่งบัญชาการยังไงยังงั้น


 


"ครึ่งชม.หรือครึ่งคืนกันแน่"มือใหญ่รั้งเอวบางชิดเข้ามาอีก จนจมูกโด่งคมของมิกกี้เกือบจะชนกับจมูกสวยของอีกคนอย่างช่วยไม่ได้


 


"ครึ่งชม.ซี่ นะๆ "ตาโตจ้องกลับใบหน้าไม่ละออก สองมือประกบกันอ้อนให้อีกคนโอนอ่อนตาม


 


"ไม่ยอมให้โดนหลอกอีกหรอก ฮึบ! "


 


"อ๊า! ปล่อยน้า!!!! "


 


 


คนถูกอุ้มพาดไหล่ดิ้นขลุกขลักเป็นการใหญ่ แต่ก็ไม่ส่งผลสะทกสะท้านกับคนอุ้มสักนิด




"เอ้า! "พูดก่อนจะวางคนตัวเล็กลงหน้าประตูห้องน้ำ มือใหญ่คว้าผ้าเช็ดตัวส่งให้ร่างเล็กที่ตอนนี้หน้าตายู่อย่างไม่พอใจ


 


"อะไรกันเล่า แค่ขอนอนหน่อยก็ไม่ได้"


 


"เข้าไปอาบได้แล้ว"


 


"ไม่! "


 


"หรือจะให้ช่วยอาบ? "ถามน้ำเสียงนุ่ม มือข้างหนึ่งท้าวกับประตูห้องน้ำ ใบหน้าเคลื่อนเข้าใกล้อีกฝ่าย


 


"ไม่ต้องเลย อาบเองได้ ไปเลยๆ"เด็กหนุ่มรุนหลังคนตัวสูงก่อนจะรีบปิดประตูตามหลังทันที ทิ้งให้คนที่ยืนอยู่ด้านนอกอมยิ้มอยู่ฝ่ายเดียว


 


 


.............


.....................


 


 


"มายังน้า? "


 


"โอ๊ย จุนซู ฉันง่วงจะแย่อยู่แล้วว~~"


 


"โธ่ ยอกแจ รอแป๊ปนึงสิ เดี๋ยวรุ่นพี่เขาก็มาแล้ว ปกติเขาก็มาเวลานี้แล่ะ"


 


"แล้วนายลากฉันมาตั้งแต่ไก่ยังไม่โห่ทำไมเนี่ย? "


 


"โห่ อย่าบ่นน่า แค่นี้เอง แล้วถ้าเกิดวันไหนพี่เขาเกิดมาเช้าล่ะ ฉันก็อดเห็นพอดีน่ะสิ "




"คือจุนซู ไอ้เรื่องมารอแต่เช้าฉันก็ไม่ได้ว่าอะไรมากหรอกนะ แต่ทำไมต้องมาหลบๆซ่อนๆแบบนี้ด้วยเล่า?"ยอกแจเอ่ยขึ้นเพราะเริ่มทนไม่ไหว ต้องมานั่งคุดคู่หลบอยู่หลังต้นไม้ต้นใหญ่มาเกือบชั่วโมงกว่า มันเมื่อยใช่น้อยซะเมื่อไรกัน


 


"เลิกบ่นเหอะน่า..อ๊ะ! มาแล้วๆๆ"เสียงหวานเอ่ยกลบเสียงบ่นของเพื่อนรักทันที ตัวกลมเด้งขึ้นจากพื้นหญ้าอย่างรวดเร็ว ตาเรียวจับจ้องไปยังชายหนุ่มที่กำลังก้าวพ้นประตูเข้ามาอย่างไม่ละสายตา ใบหน้าคมยิ้มแย้มพูดคุยกับหนุ่มหน้าสวยด้านข้าง โดยมีเพื่อนอีกสองคนเดินตามอยู่ด้านหลัง


 


"แล้วไง? มองแค่นี้? แล้วก็พอ? ถ้าคิดจะทำแค่นี้นะ ไม่จำเป็นต้องลงทุนมาดักรอทุกเช้าแบบนี้หรอกนะ ไร้สาระจริงๆ"


 


"แล้วนายจะให้ฉันทำไง เดินเข้าไปลากเขาเข้าโรงแรมเรอะ? "ตาเรียวตวัดมามองค้อนเพื่อนสนิท


 


"ก็ใกล้เคียง คอยดูแล้วกัน"ว่าแล้วพอพูดเสร็จ เจ้าเพื่อนตัวดีก็ก้าวเท้าออกจากหลังต้นไม้ต้นใหญ่ทันที ทำเอาอีกคนอ้าปากค้างพูดไม่ออกไปหลายวิ กว่าจะหาเสียงตัวเองเจอ เพื่อนรักก็เดินไปเกือบจะถึงเป้าหมายแล้ว


 


"ยอกแจ! "เซียพยายามเรียกเพื่อนสนิทด้วยเสียงไม่ดังมากนัก เพราะไม่อยากดึงความสนใจจากใครหลายคน โดยเฉพาะคนที่อยู่ห่างจากเพื่อนของเขาไม่ถึงสิบก้าว!


 


"ยอกแจ..นายจะบ้าหรอ หยุดดะ... "เสียงเรียกยังคงดังต่อไปเมื่อเพื่อนรักไม่มีทีท่าจะหยุดเดิน แต่เมื่ออีกไม่ถึงสามก้าวจะถึงเป้าหมาย  จู่ๆยอกแจก็หยุดเดินซะงั้น ทำเอาเซียที่ไม่ได้ตั้งหลักสะดุดล้มหน้าคะมำเข้าจนได้


 


 


"โอ้ย! "


 


"ไม่เป็นไรนะ? "เจ้าของมือใหญ่ที่คว้าตัวเซียไว้ทันถามขึ้นเสียงนุ่มทำเอาคนในอ้อมแขนหน้าแดงระเรื่อ


 


"ขะ...ขอโทษฮะ"


 


"อ๊ะ...เรา?... "


 


"เอ่อ...ผะ..ผม.... "


 


"อ๊า...น้องแก้มยุ้ยคนนั้นนี่เอง.. "ซีวอนกระโดดพุ่งมาจากด้านหลัง ก่อนจะยื่นหน้าเข้าไปใกล้ๆหนุ่มแก้มยุ้ยที่ว่า




"มีเรียนตึกไหนหรอ? ให้พี่ไปส่งมั้ย? "รีบรุกถามต่อยังไม่เกรงอกเกรงใจคนรอบข้าง


 


โป๊ก!...


 


"พอเลย จะไปไหนก็ไป เลิกแกล้งน้องเขาได้แล้ว"มิกกี้เขกเข้าไปเต็มแรง และเอ่ยปากไล่อย่างไม่สนใจใบหน้าบูดบี้นั่น ก่อนจะหันไปถามอีกคนเสียงนุ่ม


 


"จุนซู..ไม่เป็นอะไรใช่มั้ยครับ? "


 


"รุ่นพี่จำชื่อผมได้? "


 


"ได้สิ เป็นน้องรหัสพี่นี่"


 


"อ่ะ...เอ่อ... "เด็กหนุ่มถึงขั้นพูดไม่ออกทำอะไรไม่ถูก ได้แต่ก้มหน้าที่แดงขึ้นอย่างเห็นได้ชัด


 


 


ทั้งๆที่เคยคุยกันก็แค่วันรับน้องแท้ๆ....


 


ยังอุตส่าห์จำกันได้....


 


กะจะฆ่าโลมาจุนซูตัวนี้เลยใช่มั้ย ><


 


 


"ถ้ายังไม่มีเรียน..ไปกินข้าวเช้ากับพวกพี่ก่อนมั้ย? "


 


คนฟังเงยหน้าแทบไม่ทัน หูเขาไม่ได้ยินอะไรฝาดไปใช่มั้ย?


 


"ว่าไง? "ถามซ้ำพลางส่งยิ้มละลายให้อีก


 


 


แล้วจะปฏิเสธยังไงไหวล่ะครับเนี่ย...




................


...........................


 


"เห้อออ...ขี้เกียจเรียนคาบแรกชะมัด อาจารย์บรรยายหน้านอนเป็นบ้าเลย"เด็กหนุ่มร่างบางเอ่ยอิดออดขึ้นขณะที่กำลังไถตัวกับม้าหินใต้ต้นไม้ใหญ่หลังตึกเรียน


 


"เดี๋ยวเถอะ เดี๋ยวนี้มีขี้เกียจเรียนนะ"ชายหนุ่มดีดหน้าผากคนบ่นไม่จริงจังนัก


 


"โห่..ยุนโฮอ่ะ ก็จริงนี่น่า ผมก็แอบเห็นยุนโฮแอบหลับเหมือนกันนั่นแล่ะ"เด็กหนุ่มตัวเล็กกว่า พูดพลางลูบหน้าผากป้อยๆ


 


"เดี๋ยวนี้แอบเหม่อ ไม่เรียนเรอะ? "เมื่อกี๊ดีดหน้าผาก คราวนี้เลยบีบจมูกแทน


 


"โอ้ย..ยุนโฮอ่ะ.. "


 


 


"ขอโทษนะครับ"


 


เสียงหนึ่งดังขึ้นจากทางด้านหลังของทั้งสองคน ทำเอายุนโฮแปลกใจหันหลังมาดู แต่กับอีกคน


 


 


ไม่ว่าวันนี้หรือวันไหน....


 


ก็ไม่เคยลืมเจ้าของเสียงนี้ได้เลย....


 


 


เจ้าของเสียงที่เข้ามาใหม่เคลื่อนตัวไปเผชิญหน้ากับเด็กหนุ่มร่างเล็กที่กำลังก้มหน้าหลบสายตา


 


"ขอเวลาสักครู่ ให้ผมคุยกับทงเฮได้รึเปล่าครับ? "


 


ยุนโฮกำลังจะอ้าปากตอบปฏิเสธเมื่อสังเกตท่าทีของคนตัวเล็ก ว่าอาจจะไม่พร้อมและไม่ต้องการอยากจะคุยแต่ก็โดนคนข้างตัวกระตุกชายเสื้อเอาไว้ก่อน


 


"เดี๋ยวผมมานะฮะ"เด็กหนุ่มพูดเพียงแค่นั้นพร้อมส่งยิ้มให้ ก่อนจะลุกเดินลับหายไปกับผู้มาใหม่อีกคน




"ทงเฮ.... "


 


"ทงเฮ..หันมาทางนี้หน่อยสิ"


 


คนตัวสูงเอื้อมมือไปหมายจะจับมือของคนที่ยืนหันหลังไม่ได้หันมามองเขาเลยสักนิดตั้งแต่เดินมา แต่ก็โดนสะบัดทิ้งอย่างไม่ใยดี


 


"มีอะไรก็รีบพูดมาเถอะ...ฉัน..มีเรียนเช้า"


 


คำพูดห่างเหินถูกแทนที่เหมือนเดิมอีกครั้ง ทำเอาคนฟังปวดร้าวในอกจนแทบพูดไม่ออก


 


"ว่าไงล่ะฮะ? "เสียงเล็กย้ำถามเมื่อคนที่เรียกมา ยังคงไม่พูดอะไร


 


 


ตอนย้ายโรงเรียนมาก็อยู่ถึงไม่ถึงอาทิตย์...


 


แล้วจู่ๆก็หายตัวไป...


 


แต่นี่ก็กลับมาอีกครั้ง...


 


มาทำให้หวั่นไหวเท่านั้นเองใช่มั้ย?...


 


 


"สิ่งที่ฉันจะพูด ไม่ได้หวังให้ทงเฮเชื่อหรอกนะ แต่แค่อยากบอกว่าฉัน..ไม่เคยโกหก ไม่เคยหลอกลวง ฉันไม่เคยมีใคร คนที่ฉันรักมีแค่ทงเฮ สิ่งที่ฉันพูดไปคือความจริงทั้งหมด ไม่ว่าทงเฮจะเชื่อหรือไม่เชื่อก็ตาม"




"ฉัน...มาบอกแค่นี้แล่ะ ขอโทษนะ...ฉันคงไม่ได้มารบกวนอีกแล้ว"


 


 


หมดแล้วสินะ...


 


ความรักของเรา...


 


ถึงนายจะไม่ได้รักฉันแล้ว...


 


แต่ไม่ว่ายังไง...


 


คนที่ฉันรัก...


 


ก็มีแค่นายตลอดมานะ...


 


ทงเฮ...


 


 


สิ้นเสียงฝีเท้าร่างสูงที่ห่างไกลออกไป ร่างเล็กที่ดูเหมือนไม่สะทกสะท้านกับคำพูดของอีกคน กลับทรุดฮวบลง น้ำตาไหลอาบแก้มตั้งแต่ประโยคแรกที่อีกคนพูดแล้วล่ะ


 


แต่พอกันที...


 


เพราะความเชื่อใจ....


 


ทำร้ายเขามามากเกินพอแล้ว....


 


เขาจะไม่มีวันเชื่อใจใครอะไรง่ายๆอีกต่อไป...


 


 


First love #14-16

"ไม่เป็นไรนะ... "



 



 



แจจุงไม่ตอบอะไร ใบหน้าหวานสวยกำลังเปรอะเปื้อนไปด้วยคราบน้ำตาที่ไหลออกมาไม่หยุดหลังจากที่แยกจากยุนโฮมาแล้ว



 



เสียงของอดีตคนรัก ยังก้องอยู่ในโซนประสาท ทั้งดังและชัดเจน



 



 



ไม่ผิดใช่มั้ยที่ไม่คิดจะหวนกลับไปอีก...



 



ไม่อยากจะเจ็บซ้ำสองอีกแล้ว...



 



เข็ดแล้ว...



 



พอแล้ว...



 



พอกันที...



 



 



ฉันจะยังเชื่อนายได้อยู่อีกหรอ?...



 



ทั้งๆที่ตอนจากไป...



 



สามปีของเรายังรั้งเวลาเพียงไม่กี่เดือนของนายและทงเฮไม่ได้เลย...



 



 



ช่วงเวลาเพียงแค่นั้นนายกลับเลือกคนอื่น...



 



แต่ตอนนี้เพิ่งมาบอกว่าเข้าใจผิด...



 



เข้าใจผิดถึงปีนึงเชียวหรือ??



 



เหตุผลที่ขัดกันและไม่ลงตัวแบบนี้...



 



 



นายยังมีค่าพอให้ฉันกล้าเสี่ยงกลับไปหาได้อีกอย่างนั้นหรอ?....



 



ยุนโฮ...



ไม่ไหวหรอกนะ...



 



ขนาดเวลาล่วงเลยมาตั้งปีแล้ว....



 



ฉันยังไม่สามารถลืมนายได้เลย



 



ฉีนกลัว...



 



กลัว...



 



หากกลับไปและโดนนายบอกเลิกอีกครั้ง...



 



ฉันไม่ต้องทำใจทั้งชีวิตกันเลยหรือยังไง?...



 



 



 



เข้าใจใช่ไหม?...



 



รัก...



 



แต่กลับไปไม่ได้อีกแล้ว...



 



 



 



.............



...........................



 



 



"แจจุงล่ะ? "เด็กหนุ่มผิวน้ำผึ้งเอ่ยถามขึ้นหลังจากที่ขึ้นห้องเรียนมาแล้วกลับไม่เห็นหน้าเพื่อนสนิท



 



"เอ่อ..พอดีปวดหัวนิดหน่อย อยู่ห้องพยาบาลน่ะ"



 



"เมื่อเช้ายังดีๆอยู่เลยนี่น่า...เป็นอะไรไปแล้วล่ะเนี่ย? "ชางมินถามอีกครั้ง สีหน้าครุ่นคิดพลางทิ้งตัวนั่งลงพร้อมกับคนตัวโตที่นั่งลงข้างๆ






"ไม่มากหรอก"มิกกี้หันไปแค่นยิ้มตอบ



 



 



โกหก...



 



ทั้งๆที่ร้องไห้จนแทบเดินทรงตัวไม่อยู่ขนาดนั้น...



 



จะเรียกว่าไม่เป็นอะไรมากได้ยังไงกัน...



 



 



เพียงเสี้ยววินาทีที่ได้คุยกับหมอนั่น...



 



ทำนายเป็นถึงขนาดนั้นเลยหรอแจจุง?...



 



 



"ฉันจะลงไปข้างล่างหน่อย อาจารย์วันนี้เข้าสายน่ะ เดี๋ยวมานะ"มิกกี้พูดแค่นั้นก่อนเดินออกจากห้องไป ทิ้งให้ชางมินต้องมองตามอย่างสงสัยหนักขึ้นเข้าไปอีก



 



"มันต้องมีอะไรแน่ๆ จู่ๆหน้าเพื่อนนายก็ทำหน้าเหมือนคนอกหักขึ้นมาซะอย่างนั้นแล่ะ...นายคิดว่าไง?"หันกลับมาถามคนรัก



 



 



ฟอด!



 



"นี่!!ทำอะไรน่ะ?!"ชางมินรีบกุมแก้มที่กำลังเปลี่ยนเป็นสีแดงจัดของตัวเองทันที ก่อนจะหันมองด้านหน้าด้านหลังเลิกลั่ก...โชคดีนะที่คนไม่ค่อยอยู่กัน..ให้ตายเถอะ!



 



"อย่างนี้ค่อยชื่นใจหน่อย"



 



"นี่นายไม่ได้ฟังที่ฉันพูดเลยรึไงเนี่ย!!!??"



 



"ฟังซี่..เลิกคิดมากได้แล้วหน่า หน้าอย่างยูชอนอกหักล่ะก็ ฉันยอมให้นายจูบสิบทีต่อวันเลยเอ้า!"



 



"ทุเรศ!"



 



"แต่ถ้าเกิดมันอกหักขึ้นมาจริงๆ เปลี่ยนเป็นวันล่ะยี่สิบทีเลยก็ได้นะ"คนพูดยิ้มเจ้าเล่ห์



 



"น่าเกลียด!..อ๊ะ..นี่ปล่อยเลยนะ จับอะไร?"พูดพลางพยายามสะบัดมือที่โดนมือใหญ่กอบกุมออก






"ก็อยากจับมือแฟน ผิดหรอ?"



 



"......>////<ไอบ้า... "



 



 



..............



.........................



 



หลังจากเขินจนทำอะไรไม่ถูกไปพักหนึ่ง ชางมินก็ค่อยๆรวบรวมสติของตนให้กลับมาจดจ่อกับพฤติกรรมที่แปลกไปของมิกกี้อีกครั้ง

ทำไมจะไม่รู้...

ว่ายูชอนคิดยังไงกับแจจุง....


..............
.........................


"เห้อ....."เด็กหนุ่มร่างสูงถอนหายใจพลางทิ้งตัวลงกับพื้นหญ้าใต้ต้นไม้ต้นใหญ่หลังมหาลัย...


ที่ๆมักจะมาใช้เวลาอยู่บ่อยๆเมื่อมีเรื่องกลุ้มใจ...

เรื่องที่กลุ้ม...

จะเป็นอะไรไปได้ล่ะ...


ทุกครั้งที่มาที่นี่....

ก็กลุ้มเรื่องคนๆเดียวนั่นล่ะ...


มิกกี้ถอนหายใจเฮือกหนึ่งก่อนเงยหน้ามองท้องฟ้าอย่างไร้จุดหมาย...


นายยังรักยุนโฮอยู่ใช่มั้ย?....

แจจุง...



ถ้าเป็นแบบนั้นแล้วทำไมถึงปฏิเสธเขาไปล่ะ?!....

แบบนี้เท่ากับว่า...


ฉันยังมีโอกาสอยู่บ้าง...

ใช่รึเปล่า?....



 



"อะ..เอ่อ...รุ่นพี่ฮะ..."

"อ้าว...จุนซูเองหรอ?.."มิกกี้หันตามเสียงเรียกก่อนจะส่งยิ้มพิฆาตโลมาไปให้

"เอ่อ...ผมนั่งด้วย...ได้รึเปล่าฮะ?"เซียถามเสียงตะกุกตะกัก ก้มหน้าเพื่อซ่อนแก้มที่แดงจนแทบระเบิด...

"ได้สิ"มิกกี้ตอบพลางยิ้มให้อีกครั้ง...

เด็กหนุ่มร่างบางเมื่อได้ยินคำอนุญาต ก็ค่อยๆเดินมาด้านข้างของร่างสูงก่อนจะทิ้งตัวนั่งลงโดยเว้นระยะห่างเล็กน้อย...สองมือกุมประสานกันไว้ด้านหน้า ใบหน้าเรียวเสไปทางอื่นที่ไม่ใช่ร่างสูงด้านข้าง...


อย่ายิ้มแบบนั้นบ่อยนักสิ...

แค่นี้ก็จะแย่แล้ว > <



"ไม่มีเรียนหรอ?"มิกกี้ถาม

"เอ่อ...อาจารย์ลาหยุดน่ะฮะ.."

"อ่อ....ของพี่เข้าสายน่ะ...เนี่ยเดี๋ยวก็ต้องไปเข้าเรียนละ...."มิกกี้ตอบก่อนหันใบหน้าเข้ารับลมเย็นที่พัดผ่าน...เผื่อหวังว่าจะลบความไม่สบายใจที่มีอยู่ให้บรรเทาลงไปได้บ้าง...


ทั้งๆที่รู้ดีอยู่...

ว่าสายลมไม่ได้ช่วยอะไรเลย...



"มีเรื่องไม่สบายใจรึเปล่าฮะ?"



ร่างสูงชะงักงัน..ใบหน้าคมหันไปสบตากับร่างบาง..และหลุดหัวเราะออกมาเล็กน้อย...

"หน้าพี่บอกว่ามีเรื่องกลุ้มแปะอยู่หรอ? ถึงได้รู้เนี่ย?"


เซียไม่ตอบอะไรเพียงแต่ส่งยิ้มกลับไปให้...

"มันก็...ไม่ได้เรื่องใหญ่อะไรนักหรอก......"มิกกี้พูดต่อหวังจะจบบทสนทนานี้แต่ก็โดนประโยคต่อมาจากร่างบางขัดขึ้นซึ่งทำเอาหัวใจเขาหนักอึ้งจนเหมือนมันตกลงไปในเหวลึกที่มองไม่เห็นพื้นด้านล่าง...



"เรื่องพี่แจจุงสินะฮะ?..."





สิ่งที่ค้างคาอยู่ในใจของร่างบางมาตลอด หลุดออกจากปากไม่ดังมากนัก..คล้ายรำพึงอย่างไม่ได้ตั้งใจ...แต่มันกลับดังก้องสะท้อนในใจของอีกคนจนอื้ออึงไปหมด...


".....รู้เหรอ?...."


ร่างเล็กไม่ตอบ แต่ส่งยิ้มกลับไปให้ก่อนจะละใบหน้าออกรับลมบ้าง...



รู้สิฮะ...ทำไมจะไม่รู้?..


ผมมองพี่มาตลอด...

ตั้งแต่วันแรกที่ได้เจอกัน....

สายตาของผมไม่เคยละจากพี่ได้เลย....


ไม่ต่างกับพี่....

ที่มองแต่พี่แจจุงมาตลอดเหมือนกัน....



"หึ...น่าสมเพชดีนะ..ขนาดกับคนที่เพิ่งเจอกันไม่ทันไร กลับถูกดูออกจนทะละปรุโปร่งขนาดนี้....ไม่ไหวเลย...ปาร์ค ยูชอน..."มิกกี้หัวเราะเยาะให้กับตัวเองก่อนพูดคิดตลกประชดไปในตัว....


เขาเพิ่งรู้วันนี้เอง...

สายลมไม่ได้ช่วยบรรเทาความไม่สบายใจให้หายไปได้...

แต่กลับนำพาคนที่จะทำให้เขาสบายใจมาให้แทนต่างหาก...


คนที่รู้และเข้าใจในตัวเขาได้โดยไม่ต้องเอ่ยปากพูดอะไร....



"บอกเขาไปสิฮะ..."จู่ๆเซียก็เอ่ยขึ้นก่อนจะหันหน้าที่ระบายด้วยรอยยิ้มมาใหมิกกี้และพูดต่อ...

"ดีกว่าเก็บมากลุ้มแบบนี้...มันไม่ได้ช่วยบอกคำตอบที่พี่อยากรู้จากพี่แจจุงหรอกนะฮะ"



บอกกับคนอื่นได้...

แล้วตัวเองล่ะ?

คิม จุนซู...

..........
................................


"ไง...ดีขึ้นรึยัง?....วันหลังไม่ต้องมาเรียนก็ได้นะ...เล่นนอนซะครบคาบเช้าแล้วนิ.."ซีวอนทักทายคนป่วยที่นอนอยู่เตียงในสุดทันทีหลังจากเปิดประตูห้องพยาบาลเข้ามาเพื่อมารับกลับบ้าน เพราะวันนี้ทั้งสามไม่มีเรียนคาบบ่าย...

"
อืม...แล้วนี่จะกลับบ้านเลยหรอ?"แจจุงค่อยๆดันตัวพิงกับพนักเตียงโดยมีมิกกี้คอยช่วยอยู่ไม่ห่าง ถามขึ้นอย่างงัวเงีย....

"
กลับเลยสิ สภาพแบบนี้จะไปไหนได้อีกล่ะ?"ซีวอนยังคงกวนไม่เลิก เลยได้เจอฝ่ามือพิฆาตเข้าให้

"
โอ้ย!เจ็บนะ..."

"
ก็เลิกกัดแจจุงได้แล้ว...นี่แล้วนายเป็นไง? ดีขึ้นรึยัง?"เจ้าของฝ่ามือพิฆาตเมื่อกี๊พูดขึ้นกับคนที่กำลังลูบตรงบริเวณที่โดนตีเข้าให้ก่อนจะจะหันไปถามอาการเพื่อนรัก แต่ก็ยังไม่วายส่งสายตาขวางใส่ให้กับคนตัวโตอีกรอบ

"
พวกนายเป็นแฟนกันแล้วหรอ?"แจจุงถามพลางอมยิ้มเล็กน้อย

"
ถ้าดีขึ้นแล้วก็กลับเลยแล้วกัน!"ชางมินพูดเสียงดังกลบคำถามจากเพื่อนรักก่อนจะช่วยพยุงให้แจจุงลุกขึ้น

"
เดี๋ยวสิๆๆ...ยังไม่อยากกลับบ้านเลยอ่ะ"

"
แล้วจะไปไหนล่ะ?"



"
ไปกินไอติมกันนะ ^ ^"


.
..





กิ๊งก่อง~~~

"มาแล้วครับๆ"

แกร๊ก----


"นาย....."

"เอ่อ...ทงเฮอยู่รึเปล่า?"

"อยู่...ว่าแต่นายมีอะไรกับทงเฮมิทราบ?"

"เอ่อ...."


"คิบอมใครมาหรอฮะ?"เสียงเล็กจากภายในห้องคอนโดดังแทรกขึ้นก่อนเจ้าตัวจะโผล่หน้าออกมาดูผู้มาเยือน

"อ้าว...ยุนโฮเองหรอ?"

.......
...............

"มาถึงนี่มีอะไรรึเปล่าฮะ?"ร่างเล็กถามขึ้นหลังจากทิ้งตัวนั่งลงบนโซฟานุ่มพร้อมกับคนรักที่นั่งลงขนาบข้างแทบจะทันที ซ้ำยังส่งสายตาอันไม่เป็นมิตรไปให้ยุนโฮที่นั่งอยู่ฝั่งตรงข้ามเป็นระยะๆ

"เอ่อ....จะย้ายบ้านหรอ?"ยุนโฮไม่ตอบแต่กลับป้อนคำถามให้คนตัวเล็ก เมื่อสังเกตเห็นว่าภายในห้องคอนโดโล่งผิดปกติ มีกล่องเปล่าวางกระจายอยู่รอบๆห้อง บางกล่องดูเหมือนจะมีของบรรจุเต็มแล้วสี่ห้ากล่องตั้งอยู่ชิดกำแพง และบางส่วนดูเหมือนมีสิ่งของยังใส่ไม่เต็มดีวางระเกะระกะอยู่ใกล้ๆกับโซฟาที่พวกเขาใช้นั่งกันอยู่

"ที่จริง...ผมจะย้ายกลับไปต่อมหาลัยที่อเมริกาเลยน่ะฮะ พอดีพี่สาวผมยื่นเรื่องไว้ตั้งแต่ผมยังไม่จบไฮสคูลที่นั่น แล้วเขาก็ตกลงรับแล้วด้วย...แต่พอดีเกิดเรื่อง...เอ่อ..."ถึงตรงนี้ ทงเฮเหลือบมองคนรักข้างตัวก่อนจะแสดงสีหน้ารู้สึกผิดเล็กน้อย..และพูดต่อ

"เกิดเรื่องผมกับคิบอม..ผมก็เลยตัดสินใจปุบปับมาต่อที่เกาหลีน่ะฮะ...ตอนนี้ทุกอย่างก็ลงตัวแล้ว..พี่สาวผมเลยอยากให้ผมกลับไปต่อที่นั่นเหมือนเดิม...พี่ผมจัดการโอนหน่วยกิตไปที่โน่นเรียบร้อยแล้วด้วย.."



"อย่างนั้นหรอ?...ดีใจด้วยนะที่พวกนายสองคนเข้าใจกันได้..."ยุนโฮพูดออกมาอย่างจริงใจ..

"แล้ว...เรื่องแจจุงล่ะฮะ...เป็นยังไงบ้าง?"ทงเฮยิงคำถามใส่ทันที เพราะรู้อยู่ที่ยุนโฮมานี่ก็มีเรื่องคนๆเดียวนั่นแล่ะ...ถ้ามัวแต่รอให้ยุนโฮเปิดปากเล่าก่อน ก็คงต้องรอจนผมหงอกขึ้นแน่ๆ

"เอ่อ......"ยุนโฮอึกอักเล็กน้อยเมื่อโดนคนตัวเล็กยิงคำถามเข้าใส่โดยไม่ทันตั้งตัวร่างสูงถอนหายใจเฮือกหนึ่งก่อนจะพูดประโยคต่อมาด้วยน้ำเสียงท้อแท้และสิ้นหวัง

"เรื่องฉันกับแจจุงคงจบแล้วจริงๆนั่นแล่ะ"ร่างสูงอดยิ้มเยาะให้ตัวเองไม่ได้เมื่อนึกถึงภาพเหตุการณ์เมื่อเช้า


ทั้งๆที่คิดว่าน่าจะมีโอสกาสอยู่บ้าง...

ที่จะกลับไปเป็นอย่างเก่า...

แต่จริงๆแล้ว โอกาสมันไม่มีให้ตั้งแต่วันที่ฉันตัดสินใจปล่อยนายไปแล้วสินะ..


"จะว่าใครได้ล่ะ...ฉันเป็นฝ่ายทิ้งเขามาเองนินะ...แถมยังทำให้พวกนายต้องเกือบเข้าใจผิดกันอีก..."

"เขามีคนที่ดูแลได้ดีกว่าฉัน และถ้าเขามีความสุขดี ฉันก็พอใจแล้วล่ะ"


"โกหก!"

จู่ๆคิบอมก็โพล่งขึ้นทำเอาทงเฮและยุนโฮหันมามองร่างสูงเป็นตาเดียว



"นายไม่ได้พอใจอย่างที่พูดสักหน่อย..."

"อยากได้เขากลับมา ก็ต้องลงมือทำสิ...ไม่ใช่มานั่งหมดอาลัยตายอยากแบบนี้..."คิบอมพูดอย่างเหลืออด..


พูดมาได้ว่าพอใจที่เห็นคนรักตัวเองไปมีความสุขกับคนอื่น...

โกหกชัดๆ..

เรื่องแบบนั้นมีแต่ในนิยายน้ำเน่าเท่านั้นแล่ะ...

ชีวิตจริงความรู้สึกมันมีแต่คำว่า เจ็บ ต่างหากล่ะ...



"นะ..นาย..รู้เรื่องหรอ?"ยุนโฮถามอย่างแปลกใจ...

"เอ่อ...ผมเป็นคนเล่าให้คิบอมฟังเองน่ะฮะ...ตอนที่ปรับความเข้าใจกัน.."ทงเฮตอบขึ้นช้าๆพลางนึกถึงเหตุกาณ์ตอนที่ปรับความเข้าใจกับคนรัก...ทั้งบังคับทั้งขู่เข็ญให้เล่าเรื่องเขากับยุนโฮอย่างละเอียดแทบทุกวินาทีตั้งแต่รู้จักกับยุนโฮ...จนสุดท้ายก็เลยพลอยรู้เรื่องยุนโฮกับแจจุงเป็นของแถมไปด้วย..

"ถ้านายคิดแบบที่นายว่าล่ะก็...รอส่งตัวคนรักนายเข้าหอกับคนอื่นก็แล้วกัน"คิบอมพูดต่อเหมือนไม่ได้ยินคำถามจากยุนโฮ

"ก็เพราะว่านายเป็นฝ่ายทิ้งเขา...ถ้าอยากได้เขากลับมาก็ต้องเป็นฝ่ายเข้าหาสิ...จะรอให้เขาเดินมาหานายเองรึไง?"

"ก็เพราะฉันทำไปแล้วไงล่ะ..หึ..แล้วยังไง?....เดินกุมมือกับอีกคนมาให้เห็นตำตาไม่พอ..แถมยังปฎิเสธฉันต่อหน้าเขาอีก...จะให้ฉันทำยังไง?"



"นายบ้าหรือโง่?! การที่จะเอาคนรักนายกลับมามันไม่ได้ง่ายเหมือนเวลานายเหยียบเท้าคนอื่นแล้วบอกขอโทษหรอกนะ...มันเจ็บกว่ากันหลายเท่านัก นายเองก็รู้ดีนี่...แล้วนายคิดว่าคนรักนายจะยอมยกโทษให้ง่ายๆอย่างนั้นหรอ?"คิบอมขึ้นเสียงอย่างสุดจะทน


ไอ้นี่มันเป็นประธานนักเรียนมาได้ยังไงวะ?

ถ้าเสียคนรักไปจริงๆ..

เขาจะไม่แปลกใจเลยว่าเพราะอะไร...


หลังจากคิบอมพูดจบก็ไม่มีใครพูดอะไรอีก..ทงเฮขยับตัวอย่างอึดอัดท่ามกลางความเงียบที่แสนจะกดดัน..จนสุดท้ายคนตัวเล็กทนไม่ไหวเอ่ยทำลายความเงียบขึ้น


"ยุนโฮฮะ...สิ่งที่ยุนโฮเห็นอาจจะไม่ได้เป็นอย่างที่คิดก็ได้...อย่าเพิ่งยอมแพ้ง่ายๆสิฮะ...ถ้าจนถึงที่สุดแล้ว..ไม่เป็นอย่างที่คิด...อย่างน้อยเราก็ได้ลงมือทำอย่างเต็มที่แล้ว ดีกว่ามานั่งเสียใจทีหลัง เพราะไม่ได้ทำอะไรเลยนะฮะ.."ทงเฮพูดอย่างให้กำลังใจ


เพียงแค่ยุนโฮพยายามอีกนิด...

แจจุงต้องกลับมาแน่นอน...

เพราะจนถึงตอนนี้..

เขามั่นใจ...

ว่าแจจุงก็ยังรักยุนโฮอยู่ไม่แพ้กัน..

............
.........................



ร้านไอติม


"ช็อคโกแลตซันเดย์เพิ่มวิปป์ครีมฮะ"เสียงหวานสั่งเมนูโปรดโดยไม่ต้องขอดูเมนูกับพนักงานเสิร์ฟอย่างคล่องแคล่วเป็นคนสุดท้ายก่อนที่พนักงานจะเดินออกจากโต๊ะไป ทำเอาคนที่นั่งตรงกันข้ามอดไม่ได้ที่จะเอ่ยแซว

"โอ้โหแฮะ..เพิ่มวิปป์ครีมด้วย..นายนี่..ป่วยทีกินลืมอ้วนเลยนะ"

ป้าบ!!

"โอ้ยเจ็บนะ...ตีทำไมอ่ะ?"ซีวอนลูบแขนตนเองก่อนจะหันไปมองคนที่ได้ชื่อว่าเป็นแฟนพลางทำหน้าที่คิดว่าดูแล้วน่าสงสารที่สุดไปให้

"ก็ถ้าปากยังไม่เลิกหาเรื่องล่ะก็ จะโดนอย่างอื่นตีแทนแน่"

"หมายถึงปากน่ะหรอที่จะใช้ตีน่ะ?"

"คงงั้นมั้ง?"ชางมินพูดเสียงหวานจนหน้าขนลุกพลางส่งยิ้มสวยไปให้คนรักและ..

"โอ้ย!!!!!! ชางมินมันเจ็บนะ...เหยียบมาได้"ซีวอนร้องโวยขึ้นพลางขยับเท้าที่โดนเหยียบออกห่างจากรัศมีเท้าของคนรักทันที

"นี่ไงล่ะที่ว่าอย่างอื่น...ถ้ายังไม่เลิกอีกละก็ มันจะลอยเข้าไปในปากนายเดี๋ยวนี้ล่ะ"


"พวกนายนี่จะว่าสวีทก็ใช่อยู่นะ...เป็นแฟนกันประเภทไหนเนี่ย?"แจจุงหลุดถามพลางกลั้นยิ้มสุดความสามารถเมื่อเห็นสายตาของเพื่อนเขาที่มองมา

"ไม่ต้องพูดมากเลย ใครว่าฉันเป็นแฟนกับหมอนี่ล่ะ"

"อ่าวพูดแบบนี้ไม่รับผิดชอบกันเลยนะ...แล้วเรื่องเมื่อวานล่ะ?"



"เมื่อวาน?"แจจุงและมิกกี้ถามพร้อมกัน

"มะ...ไม่มีอะไรทั้งนั้นแล่ะ.."ชางมินตอบตะกุกตะกักก่อนจะหันมาทางซีวอนพลางทำสีหน้าที่บอกให้รู้ว่า ถ้าพูดถึงเรื่องเมื่อวานอีกล่ะก็...เตรียมตัวเกิดใหม่ได้เลย


แจจุงอมยิ้มจนปวดแก้มกับความน่ารักของเพื่อนทั้งสอง มีความสุขเหมือนกับเมื่อเช้าไม่มีเรื่องอะไรเกิดขึ้นกับตน...

รอยยิ้มสวยของร่างบางนั้นทำเอาอีกคนยิ้มออกมาโดยไม่รู้ตัว..


ยิ้มได้แบบนี้...

แสดงว่าสบายใจขึ้นแล้วสินะ...


ขออย่าให้มีอะไรทำให้รอยยิ้มของนายหายไปเลยนะ..

รอยยิ้มของนาย..

เปรียบเสมือนกระจกสะท้อนรอยยิ้มของฉันอีกคน..

รู้ตัวบ้างรึเปล่า?..



"ขอโทษนะคะ.."พนักงานเสิร์ฟในร้านคนหนึ่งเอ่ยขัดจังหวะขึ้นก่อนจะวางถ้วยไอติมถ้วยยักษ์ที่ถืออยู่ในมือลงบนโต๊ะของเขาทั้งสี่

"มีคนฝากมาให้คนที่โต๊ะนี้น่ะค่ะ"



"เอ่อ...ขอบคุณฮะ"ชางมินเอ่ยขอบคุณกับพนักงานที่ยิ้มให้ก่อนจะเดินออกจากโต๊ะไป

"ของใครล่ะเนี่ย?"ชางมินเอ่ยพึมพำก่อนจะจ้องมองซุปเปอร์ช๊อกโกแลตซันเดย์ถ้วยปริศนาตรงหน้าอย่างงงงวยไม่ต่างจากอีกสามคน

"อ๊ะ...มีการ์ดด้วยนิ"ซีวอนบอกพลางดึงการ์ดเล็กๆที่ปักอยู่บนสุดของถ้วยไอติม




"...For you...My Forever HERO..."




"ฮีรง..ฮีโร่..อะไรเนี่ย? โต๊ะเรามีคนชื่อนี้ด้วยหรอ?"ซีวอนอ่านออกเสียงให้ฟังเสร็จก็เอ่ยถามเพื่อนทั้งสาม

"นายไปเป็นฮีโร่ให้สาวที่ไหนรึเปล่าวะ ยูชอน?"เมื่อไม่มีคนตอบ ซีวอนจึงพุ่งเป้าไปที่เพื่อนรักคนแรก

"ห๊ะ?..จะบ้ารึไง..ฉันจะเป็นไปฮีโร่ให้ใครได้ล่ะ?"มิกกี้เอ่ยตอบซีวอนงงๆ

"ก็นายป๊อปน้อยซะเมื่อไร...เป็นที่ชื่นชมของพวกรุ่นพี่รุ่นน้องตั้งเยอะแยะ...อ๊ะ..หรือว่าจะเป็นน้องแก้มยุ้ยคนนั้น..ไม่สิ..ฉันว่ารุ่นพี่สาวสวยที่ชื่อยูริที่สองวันก่อนทำงานกับนายรึเปล่า?..หรือว่า..."

"พอเลยไอ้บ้า แล้วมันเกี่ยวอะไรกับไอ้คำว่าฮีโร่ด้วยล่ะ..ฉันไม่ได้ไปช่วยชีวิตใครไว้สักหน่อย"


"ถ้วยนั่นไม่ใช่ของยูชอนหรอก"ชางมินพูดแทรกซีวอนกับมิกกี้ขึ้นก่อนจะค่อยๆหันหน้าไปทางแจจุงที่จ้องมองถ้วยไอติมตรงหน้าไม่วางตา



"แจ....."

"ฉันขอตัวก่อนนะ"ว่าแล้วร่างบางก็ลุกพรวดขึ้นและออกวิ่งไปทางประตูร้านทันที

"แจจุง!..เดี๋ยวสิ.."ชางมินทำท่าจะลุกตาม แต่ก็ไม่ทันซะแล้วเมื่อมองเห็นหลังเพื่อนรักเลี้ยวหายไปทางมุมตึกของอีกฝั่ง

"เห้อ...ให้ตายสิ"เด็กหนุ่มสบถเบาๆก่อนจะสบตากับอีกสองคนที่เหลือที่ดูจะงงๆกับเหตุการณ์ที่เพิ่งเกิดขึ้นไม่น้อย โดยเฉพาะมิกกี้ที่แสดงสีหน้าทั้งเป็นห่วงและกังวลอย่างชัดเจน

"ถ้วยนั่น..."ชางมินเริ่มพูดขึ้นก่อนจะเว้นช่วงหายใจเล็กน้อยพลางมองไปที่มิกกี้และพูดต่อ

"เป็นของแจจุงนั่นแล่ะ..."


"ชื่อ Hero เป็นชื่อที่ยุนโฮเคยเรียกแจจุงน่ะ"


.
.
.




 



ร่างเล็กออกตัววิ่งอย่างรวดเร็วทันทีหลังจากก้าวเท้าออกจากประตูร้าน...เด็กหนุ่มวิ่งฝาฝูงชนที่แออัดตามถนนสายคับแคบด้วยความเร็วเต็มฝีเท้าก่อนจะค่อยๆผ่อนความเร็วลงและหยุดตรงสถานที่ที่หนึ่ง...



 



ตากลมโตทอดมองไปยังร้านเค้กประจำที่เคยมาบ่อยๆ...



แม่น้ำสายเดิมที่ไหลเอื่อยๆลับไปจนสุดตา...



และต้นไม้ต้นใหญ่ต้นเดิมที่ตั้งสง่าอยู่ข้างริมแม่น้ำไม่ไกลจากตัวเขาออกไป...



 



 



ทั้งๆที่ทุกอย่างมันกำลังจะดีขึ้น....



 



แต่ตอนนี้มันกำลังจะกลับไปที่จุดเริ่มต้นใหม่อีกครั้ง....



 



ความพยายามหนึ่งปีที่ผ่านมา...



 



มันไร้ค่าและไม่มีประโยชน์อะไรเลย....



 



 



ทำไม??



 



ทำแบบนี้อีกทำไม??



 



 



น้ำตาที่เคยเหือดหายไปอยู่ช่วงหนึ่ง...กลับเอ่อคลอดวงตาสวยอย่างห้ามไม่อยู่



เด็กหนุ่มค่อยๆก้าวเท้าไปยังใต้ต้นไม้ต้นใหญ่...ก่อนที่จะทรุดตัวลงอย่างไร้เรี่ยวแรง...ภาพในอดีตกลับเข้ามาในความทรงจำอีกครั้ง....



 



.



.



.



 



 



สองปีก่อน...



 



 



"สองปีแล้วนะ"คนตัวสูงเอ่ยกับร่างเล็กด้านข้างที่นั่งเอาหัวพิมไหล่ของตนอยู่..



 



"อื้อ.... "ร่างบางเอ่ยตอบรับพลางเงยหน้ามองท้องฟ้ายามค่ำคืนในฤดูหนาว....ตาดำขลับจับจ้องไปยังดวงดาวที่กำลังส่องแสงสว่างตัดกับท้องฟ้าที่มืดสนิท...



 



First love #12-13

"เห้อออ...เหนื่อยชะมัดยาด...แต่ก็คุ้มวะ..เด็กปีนี้น่ารักๆทั้งนั้นเลยว่ามะ? "เด็กหนุ่มร่างสูงนอนแผ่ลงที่โซฟายาวตัวเดิมก่อนจะหันไปถามความเห็นเพื่อนสนิท


 


หนุ่มอีกคนที่เดินตามหลังเข้ามาติดๆมองหน้าเพื่อนตัวเองแล้วส่ายหัว ก่อนจะเดินมาเขกเข้าที่หัวให้อย่างจัง


 


"เคยจะคิดเรื่องอื่นบ้างมั้ยในหัวนายเนี่ย? "


 


"เจ็บนะ ก็มันจริงนี่หว่า...นี่ๆ ว่าแต่น้องรหัสนายอ่ะ น่ารักดีว่ะ แก้มยุ้ยๆแดงๆ ชื่อไรนะ? "


 


 


แคร้ง!


 


 


เสียงแก้วน้ำกระทบกับโต๊ะดังสะท้อนไปทั่วห้องเหมือนคนที่ถือตั้งใจให้คนที่พูดได้ยินยังไงยังงั้น


 


"แจจุง วันนี้ฉันคงต้องกลับบ้านนะ ไม่มีใครอยู่ที่บ้านน่ะ"ชางมินเอ่ยขึ้นกับเพื่อนสนิท ไม่ใส่ใจกับเสียงแก้วที่ตัวเองวางดังจนดึงความสนใจคนที่นอนแผ่บนโซฟาสักนิด


 


"คุณน้าไม่อยู่หรอ? "


 


"อืม...ไปประชุมสัมมนาสักที่ไหนเนี่ยล่ะ แล้วนี่ก็มานอนบ้านนายหลายวันละ คงต้องกลับไปเฝ้าบ้านสักหน่อย"


 


"จะกลับเลยหรอ? "ตาโตกลมสวยมองตามหลังของเพื่อนรักที่กำลังเดินมุ่งหน้าไปที่ประตู


 


"อืม ไม่รีบเดี๋ยวจะมืดซะก่อน ยังไงก็ฝากหวัดดีคุณน้าด้วยนะ ฉันไปล่ะ"


 


 


"เดี๋ยว"


ชายหนุ่มที่เมื่อสักครู่นอนแอ้งแม้งกับโซฟา บัดนี้กลับมาอยู่ด้านหลังของเด็กหนุ่มที่กำลังจะก้าวขาออกจากประตูบ้านภายในเสี้ยววินาทีจนเด็กหนุ่มตกใจ หมุนตัวกลับแทบไม่ทัน


 


"มีอะไร? "


 


"เดี๋ยวไปส่ง แจจุงฉันไปส่งชางมินก่อนนะ เดี๋ยวมา"ว่าไปนั่นก่อนจะรีบรุนหลังคนด้านหน้าให้เดินออกไปอย่างรวดเร็ว และก่อนที่ชางมินจะได้เอ่ยเสียงโวยวายอะไร ตัวเองก็โดนดันออกไปถึงนอกประตูบ้านเป็นที่เรียบร้อย


 


 


"จะถึงบ้านมั้ยนั่น? "แจจุงพูดติดตลกพลางชะเง้อมองออกไปหน้าบ้าน ทันเห็นหลังของคนสองคนหายไปไวๆตรงมุมรั้วของบ้าน


 


"ถึงแล่ะน่า สองคนนั้นก็เป็นแบบนี้ประจำนั่นแล่ะ แจจุงไปอาบน้ำก่อนเถอะ เหนียวตัวมาทั้งวันแล้วนิ"


 


"ยังขี้เกียจอยู่เลยอ่ะ ขอนอนสักงีบก่อนก็แล้วกัน "ว่าแล้วร่างบางก็เคลื่อนตัวอย่างเชื่องช้าไปที่โซฟายาวที่ซีวอนใช้เป็นที่นอนเมื่อครู่ แต่ก้าวยังไม่ครบครึ่งก้าวก็เจอวงแขนของอีกคนรั้งเอวบางไว้ทัน


 


"หยุดเลย เดี๋ยวก็ได้หลับไม่ตื่นจนเช้าอีกนั่นแล่ะ"เสียงนุ่มพูดผ่านข้างๆใบหูของคนตรงหน้าที่ยังคงพยายามจะไปที่โซฟานุ่มตัวนั้นให้ได้


 


"ไม่หรอก ขอฉันนอนแป๊ปเดียวเองนะ ยูชอน ไม่เกินครึ่งชม. สัญญา"หันหน้ามาบอกพร้อมตะเบ๊ะท่าเหมือนกับทหารรับสั่งบัญชาการยังไงยังงั้น


 


"ครึ่งชม.หรือครึ่งคืนกันแน่"มือใหญ่รั้งเอวบางชิดเข้ามาอีก จนจมูกโด่งคมของมิกกี้เกือบจะชนกับจมูกสวยของอีกคนอย่างช่วยไม่ได้


 


"ครึ่งชม.ซี่ นะๆ "ตาโตจ้องกลับใบหน้าไม่ละออก สองมือประกบกันอ้อนให้อีกคนโอนอ่อนตาม


 


"ไม่ยอมให้โดนหลอกอีกหรอก ฮึบ! "


 


"อ๊า! ปล่อยน้า!!!! "


 


 


คนถูกอุ้มพาดไหล่ดิ้นขลุกขลักเป็นการใหญ่ แต่ก็ไม่ส่งผลสะทกสะท้านกับคนอุ้มสักนิด




"เอ้า! "พูดก่อนจะวางคนตัวเล็กลงหน้าประตูห้องน้ำ มือใหญ่คว้าผ้าเช็ดตัวส่งให้ร่างเล็กที่ตอนนี้หน้าตายู่อย่างไม่พอใจ


 


"อะไรกันเล่า แค่ขอนอนหน่อยก็ไม่ได้"


 


"เข้าไปอาบได้แล้ว"


 


"ไม่! "


 


"หรือจะให้ช่วยอาบ? "ถามน้ำเสียงนุ่ม มือข้างหนึ่งท้าวกับประตูห้องน้ำ ใบหน้าเคลื่อนเข้าใกล้อีกฝ่าย


 


"ไม่ต้องเลย อาบเองได้ ไปเลยๆ"เด็กหนุ่มรุนหลังคนตัวสูงก่อนจะรีบปิดประตูตามหลังทันที ทิ้งให้คนที่ยืนอยู่ด้านนอกอมยิ้มอยู่ฝ่ายเดียว


 


 


.............


.....................


 


 


"มายังน้า? "


 


"โอ๊ย จุนซู ฉันง่วงจะแย่อยู่แล้วว~~"


 


"โธ่ ยอกแจ รอแป๊ปนึงสิ เดี๋ยวรุ่นพี่เขาก็มาแล้ว ปกติเขาก็มาเวลานี้แล่ะ"


 


"แล้วนายลากฉันมาตั้งแต่ไก่ยังไม่โห่ทำไมเนี่ย? "


 


"โห่ อย่าบ่นน่า แค่นี้เอง แล้วถ้าเกิดวันไหนพี่เขาเกิดมาเช้าล่ะ ฉันก็อดเห็นพอดีน่ะสิ "




"คือจุนซู ไอ้เรื่องมารอแต่เช้าฉันก็ไม่ได้ว่าอะไรมากหรอกนะ แต่ทำไมต้องมาหลบๆซ่อนๆแบบนี้ด้วยเล่า?"ยอกแจเอ่ยขึ้นเพราะเริ่มทนไม่ไหว ต้องมานั่งคุดคู่หลบอยู่หลังต้นไม้ต้นใหญ่มาเกือบชั่วโมงกว่า มันเมื่อยใช่น้อยซะเมื่อไรกัน


 


"เลิกบ่นเหอะน่า..อ๊ะ! มาแล้วๆๆ"เสียงหวานเอ่ยกลบเสียงบ่นของเพื่อนรักทันที ตัวกลมเด้งขึ้นจากพื้นหญ้าอย่างรวดเร็ว ตาเรียวจับจ้องไปยังชายหนุ่มที่กำลังก้าวพ้นประตูเข้ามาอย่างไม่ละสายตา ใบหน้าคมยิ้มแย้มพูดคุยกับหนุ่มหน้าสวยด้านข้าง โดยมีเพื่อนอีกสองคนเดินตามอยู่ด้านหลัง


 


"แล้วไง? มองแค่นี้? แล้วก็พอ? ถ้าคิดจะทำแค่นี้นะ ไม่จำเป็นต้องลงทุนมาดักรอทุกเช้าแบบนี้หรอกนะ ไร้สาระจริงๆ"


 


"แล้วนายจะให้ฉันทำไง เดินเข้าไปลากเขาเข้าโรงแรมเรอะ? "ตาเรียวตวัดมามองค้อนเพื่อนสนิท


 


"ก็ใกล้เคียง คอยดูแล้วกัน"ว่าแล้วพอพูดเสร็จ เจ้าเพื่อนตัวดีก็ก้าวเท้าออกจากหลังต้นไม้ต้นใหญ่ทันที ทำเอาอีกคนอ้าปากค้างพูดไม่ออกไปหลายวิ กว่าจะหาเสียงตัวเองเจอ เพื่อนรักก็เดินไปเกือบจะถึงเป้าหมายแล้ว


 


"ยอกแจ! "เซียพยายามเรียกเพื่อนสนิทด้วยเสียงไม่ดังมากนัก เพราะไม่อยากดึงความสนใจจากใครหลายคน โดยเฉพาะคนที่อยู่ห่างจากเพื่อนของเขาไม่ถึงสิบก้าว!


 


"ยอกแจ..นายจะบ้าหรอ หยุดดะ... "เสียงเรียกยังคงดังต่อไปเมื่อเพื่อนรักไม่มีทีท่าจะหยุดเดิน แต่เมื่ออีกไม่ถึงสามก้าวจะถึงเป้าหมาย  จู่ๆยอกแจก็หยุดเดินซะงั้น ทำเอาเซียที่ไม่ได้ตั้งหลักสะดุดล้มหน้าคะมำเข้าจนได้


 


 


"โอ้ย! "


 


"ไม่เป็นไรนะ? "เจ้าของมือใหญ่ที่คว้าตัวเซียไว้ทันถามขึ้นเสียงนุ่มทำเอาคนในอ้อมแขนหน้าแดงระเรื่อ


 


"ขะ...ขอโทษฮะ"


 


"อ๊ะ...เรา?... "


 


"เอ่อ...ผะ..ผม.... "


 


"อ๊า...น้องแก้มยุ้ยคนนั้นนี่เอง.. "ซีวอนกระโดดพุ่งมาจากด้านหลัง ก่อนจะยื่นหน้าเข้าไปใกล้ๆหนุ่มแก้มยุ้ยที่ว่า




"มีเรียนตึกไหนหรอ? ให้พี่ไปส่งมั้ย? "รีบรุกถามต่อยังไม่เกรงอกเกรงใจคนรอบข้าง


 


โป๊ก!...


 


"พอเลย จะไปไหนก็ไป เลิกแกล้งน้องเขาได้แล้ว"มิกกี้เขกเข้าไปเต็มแรง และเอ่ยปากไล่อย่างไม่สนใจใบหน้าบูดบี้นั่น ก่อนจะหันไปถามอีกคนเสียงนุ่ม


 


"จุนซู..ไม่เป็นอะไรใช่มั้ยครับ? "


 


"รุ่นพี่จำชื่อผมได้? "


 


"ได้สิ เป็นน้องรหัสพี่นี่"


 


"อ่ะ...เอ่อ... "เด็กหนุ่มถึงขั้นพูดไม่ออกทำอะไรไม่ถูก ได้แต่ก้มหน้าที่แดงขึ้นอย่างเห็นได้ชัด


 


 


ทั้งๆที่เคยคุยกันก็แค่วันรับน้องแท้ๆ....


 


ยังอุตส่าห์จำกันได้....


 


กะจะฆ่าโลมาจุนซูตัวนี้เลยใช่มั้ย ><


 


 


"ถ้ายังไม่มีเรียน..ไปกินข้าวเช้ากับพวกพี่ก่อนมั้ย? "


 


คนฟังเงยหน้าแทบไม่ทัน หูเขาไม่ได้ยินอะไรฝาดไปใช่มั้ย?


 


"ว่าไง? "ถามซ้ำพลางส่งยิ้มละลายให้อีก


 


 


แล้วจะปฏิเสธยังไงไหวล่ะครับเนี่ย...




................


...........................


 


"เห้อออ...ขี้เกียจเรียนคาบแรกชะมัด อาจารย์บรรยายหน้านอนเป็นบ้าเลย"เด็กหนุ่มร่างบางเอ่ยอิดออดขึ้นขณะที่กำลังไถตัวกับม้าหินใต้ต้นไม้ใหญ่หลังตึกเรียน


 


"เดี๋ยวเถอะ เดี๋ยวนี้มีขี้เกียจเรียนนะ"ชายหนุ่มดีดหน้าผากคนบ่นไม่จริงจังนัก


 


"โห่..ยุนโฮอ่ะ ก็จริงนี่น่า ผมก็แอบเห็นยุนโฮแอบหลับเหมือนกันนั่นแล่ะ"เด็กหนุ่มตัวเล็กกว่า พูดพลางลูบหน้าผากป้อยๆ


 


"เดี๋ยวนี้แอบเหม่อ ไม่เรียนเรอะ? "เมื่อกี๊ดีดหน้าผาก คราวนี้เลยบีบจมูกแทน


 


"โอ้ย..ยุนโฮอ่ะ.. "


 


 


"ขอโทษนะครับ"


 


เสียงหนึ่งดังขึ้นจากทางด้านหลังของทั้งสองคน ทำเอายุนโฮแปลกใจหันหลังมาดู แต่กับอีกคน


 


 


ไม่ว่าวันนี้หรือวันไหน....


 


ก็ไม่เคยลืมเจ้าของเสียงนี้ได้เลย....


 


 


เจ้าของเสียงที่เข้ามาใหม่เคลื่อนตัวไปเผชิญหน้ากับเด็กหนุ่มร่างเล็กที่กำลังก้มหน้าหลบสายตา


 


"ขอเวลาสักครู่ ให้ผมคุยกับทงเฮได้รึเปล่าครับ? "


 


ยุนโฮกำลังจะอ้าปากตอบปฏิเสธเมื่อสังเกตท่าทีของคนตัวเล็ก ว่าอาจจะไม่พร้อมและไม่ต้องการอยากจะคุยแต่ก็โดนคนข้างตัวกระตุกชายเสื้อเอาไว้ก่อน


 


"เดี๋ยวผมมานะฮะ"เด็กหนุ่มพูดเพียงแค่นั้นพร้อมส่งยิ้มให้ ก่อนจะลุกเดินลับหายไปกับผู้มาใหม่อีกคน




"ทงเฮ.... "


 


"ทงเฮ..หันมาทางนี้หน่อยสิ"


 


คนตัวสูงเอื้อมมือไปหมายจะจับมือของคนที่ยืนหันหลังไม่ได้หันมามองเขาเลยสักนิดตั้งแต่เดินมา แต่ก็โดนสะบัดทิ้งอย่างไม่ใยดี


 


"มีอะไรก็รีบพูดมาเถอะ...ฉัน..มีเรียนเช้า"


 


คำพูดห่างเหินถูกแทนที่เหมือนเดิมอีกครั้ง ทำเอาคนฟังปวดร้าวในอกจนแทบพูดไม่ออก


 


"ว่าไงล่ะฮะ? "เสียงเล็กย้ำถามเมื่อคนที่เรียกมา ยังคงไม่พูดอะไร


 


 


ตอนย้ายโรงเรียนมาก็อยู่ถึงไม่ถึงอาทิตย์...


 


แล้วจู่ๆก็หายตัวไป...


 


แต่นี่ก็กลับมาอีกครั้ง...


 


มาทำให้หวั่นไหวเท่านั้นเองใช่มั้ย?...


 


 


"สิ่งที่ฉันจะพูด ไม่ได้หวังให้ทงเฮเชื่อหรอกนะ แต่แค่อยากบอกว่าฉัน..ไม่เคยโกหก ไม่เคยหลอกลวง ฉันไม่เคยมีใคร คนที่ฉันรักมีแค่ทงเฮ สิ่งที่ฉันพูดไปคือความจริงทั้งหมด ไม่ว่าทงเฮจะเชื่อหรือไม่เชื่อก็ตาม"




"ฉัน...มาบอกแค่นี้แล่ะ ขอโทษนะ...ฉันคงไม่ได้มารบกวนอีกแล้ว"


 


 


หมดแล้วสินะ...


 


ความรักของเรา...


 


ถึงนายจะไม่ได้รักฉันแล้ว...


 


แต่ไม่ว่ายังไง...


 


คนที่ฉันรัก...


 


ก็มีแค่นายตลอดมานะ...


 


ทงเฮ...


 


 


สิ้นเสียงฝีเท้าร่างสูงที่ห่างไกลออกไป ร่างเล็กที่ดูเหมือนไม่สะทกสะท้านกับคำพูดของอีกคน กลับทรุดฮวบลง น้ำตาไหลอาบแก้มตั้งแต่ประโยคแรกที่อีกคนพูดแล้วล่ะ


 


แต่พอกันที...


 


เพราะความเชื่อใจ....


 


ทำร้ายเขามามากเกินพอแล้ว....


 


เขาจะไม่มีวันเชื่อใจใครอะไรง่ายๆอีกต่อไป...


 


 


Coming Soon

กลับไทยมาแล้วค่ะ...

ติดตามฟิก First Love ได้กันที่ไดนี้นะคะ จะรีบทยอยลงของเก่าและรีบปั่นตอนใหม่มาให้นะคะ


^ ^

taguchiific