First love #9-11
ไม่ได้อัพนานละแฮะ ลงรวดเลยละกันเนอะ ^ ^
Part 9-11
"สายแล้วนะ..เร็วๆหน่อยได้มั้ย? "เสียงห้วนหวานเร่งเร้าเด็กหนุ่มที่ยังอิดออดอยู่กับมื้อเช้า ไม่ยอมเดินออกจากบ้านมาเสียที ถึงแม้ว่าจะเปิดเทอมมาได้เกือบจะสามสี่เดือนแล้วก็ตาม แต่ซีวอนลูกพี่ลูกน้องตัวดีนั้นก็ยังไม่วายทำให้สายอยู่เรื่อย จนบางครั้ง ชางมินที่มักไปถึงก่อน บ่นใส่จนหูแทบชา และเจ้าตัวทำสาย ใช่ว่าจะสะทกสะท้าน ซ้ำยังแกล้งสายบ่อยๆด้วยซ้ำไป
"มาแล้วๆๆ..จะรีบไปทำไมนักหนา ห้องเรียนไม่ได้หนีไปไหนสักหน่อย แถมกว่าอาจารย์จะเข้าก็อีกตั้งชาติเศษ"เด็กหนุ่มยืนเต็มความสูงอยู่ที่หน้าประตูบ้าน ปากยังคงคาบขนมปังหนึ่งแผ่น มืออีกข้างถือหนังสือ สภาพดูเหมือนไม่ได้พร้อมไปเรียนสักเท่าไรนัก
"ให้ตายเหอะ อยากฟังชางมินบ่นนักรึไงนะ"แจจุงที่ยืนรออยู่หน้าบ้านกับมิกกี้ก่อนเป็นเวลานานแล้ว เห็นสภาพชุดนักศึกษาของซีวอน ก็อดไม่ได้ที่จะต้องเดินเข้าไปจัดปกเสื้อและเนคไทให้เข้าที่พลางส่งค้อนวงใหญ่ให้ไปหนึ่งวง
ซีวอนไม่พูดอะไรเพียงส่งรอยยิมให้กับเพื่อนรักของตนที่ยืนกลั้นยิ้มส่ายหน้าไปอีกทาง
"เอ้าไปได้แล้ว"เมื่อจัดเสื้อเข้าที่เข้าทางเรียบร้อย ร่างบางก็หันหลังออกเดินไปทางที่มิกกี้ กระเป๋าถูกร่างสูงที่ยืนรออยู่ด้านหน้ายึดไปถือโดยปริยาย โดยที่แจจุงก็ไม่ได้ว่าอะไร เพราะมิกกี้ก็ทำแบบนี้จนเป็นกิจวัตรซะแล้ว
.............
..........................
"สายอีกแล้วนะ"ชางมินที่ใส่แว่นนั่งอ่านหนังสืออยู่ตรงม้านั่งประจำ พูดต่อว่าโดยใบหน้าไม่ต้องละออกจากหน้ากระดาษเมื่อทั้งสามคนเข้ามาในรัศมีใกล้ๆ
"ก็ซีวอนอีกนั่นแล่ะ"แจจุงว่าพลางกระแทกตัวลงนั่งใกล้ๆ
ชางมินปิดหนังสือลงก่อนจะถอดแว่นออก และทอดสายตาไปยังตัวต้นเหตุ ทำเพียงแค่ชายตามองทางหางตาเท่านั้น ก่อนจะหันกลับมาทางเพื่อนรักข้างตัว
"ไม่ต้องบอกก็รู้น่ะ ประโยคเมื่อกี๊ฉันไม่ได้ตั้งใจจะพูดกับนายอยู่แล้ว คนทำน่าจะรู้ตัวดี "พูดเสร็จก็ตวัดตาไปที่ผู้ที่ตนว่ากระทบก่อนจะถอนสายตามามองเพื่อนรักตามเดิม
"เช้านี้เดี๋ยวฉันกับยูชอนต้องไปที่ห้องพักครูก่อนนะ เมื่อวานตอนเย็นอาจารย์บอกให้ไปน่ะ"ร่างบางผิวขาวบอกเสียงเรื่อยๆ
"เรื่องอะไรหรอ? "
"ไม่รู้สิ คงให้ไปเอาเอกสาร พวกชีทอะไรแบบนี้ล่ะมั้ง งั้นฉันไปก่อนละกันนะ พวกนายขึ้นห้องกันไปก่อนเลยก็ได้ เดี๋ยวฉันค่อยตามไป"แจจุงว่าพลางลุกขึ้นยืนก่อนจะเดินไปพร้อมๆกับมิกกี้ ทิ้งให้อีกสองคนฟาดฟันกันทางสายตา
.......
...............
"ยุนโฮฮะ เดี๋ยวผมต้องไปส่งชีทพวกนี้ให้อาจารย์ก่อน ขึ้นไปก่อนเลยละกัน เดี๋ยวผมตามไป"
"ไม่เป็นไรหรอก เดี๋ยวฉันช่วย ชีทใช่น้อยซะเมื่อไร"
ร่างสูงยึดเอากองชีทเกินครึ่งออกจากมือเด็กหนุ่มร่างเล็กมาไว้กับตัว ก่อนจะออกเดินไปยังตึกอาคารที่อยู่ตรงข้ามด้วยกัน
นี่ก็สามเดือนกว่าแล้วสินะที่เขาไม่ได้เจอร่างบางอดีตคนรักที่คบมานานกว่าสามปี และมาเริ่มต้นชีวิตใน มหาลัยกับเด็กหนุ่มตัวเล็กข้างตัวนี่
ทั้งๆที่ความรู้สึกของเขาเองน่าจะชัดเจนมากกว่าร้อยเปอร์เซ็นต์แล้ว
และสามารถพูดได้อย่างไม่ต้องคิดว่าเขารักใคร
เพราะเขาเลือกที่จะเดินเคียงข้างกับคนตัวเล็กคนนี้.
แต่ทำไม
ทำไมเหมือนมีความรู้สึกบางอย่าง.
ที่รบกวนจิตใจเขามาตลอด
"เดี๋ยวเย็นนี้คงต้องเกิดศึกที่ร้านไอติมตามเคย ครั้งก่อนก็อายคนเขาจะแย่ แทบจะปาไอติมใส่กันอยู่แล้ว ไม่รู้ว่าวันนี้จะเจออะไรอีกนะ"ในขณะที่เลี้ยวมุมตึก แจจุงเอ่ยพูดขึ้นมาก่อนจะอมยิ้มไม่ได้เมื่อนึกถึงสองคนนั้น
"เราคงต้องจ่ายค่าแก้วเขาจริงๆก็เย็นนี้ล่ะมั้ง"มิกกี้สมทบเมื่อนึกถึงครั้งก่อนที่ไปกินไอติมที่ ทั้งสองคนแทบจะทำสงครามกันด้วยถ้วยไอติมแล้ว ถ้าเกิดเขาและแจจุงไม่ลากออกจากร้านซะก่อน
คนตัวเล็กกว่าฟังแล้วยิ้มออกมาเต็มแก้ม ก่อนจะหัวเราะออกมาอีกเล็กน้อยกับคำพูดของมิกกี้
สิ่งเหล่านี้ไม่ได้เล็ดลอดสายตาของผู้ที่อยู่ห่างออกไปไม่ถึงสิบก้าวเลยสักนิดเดียว
ทั้งรอยยิ้มที่ร่างบางนั้นเคยมีให้
ทั้งคำพูดที่เคยหยอกล้อกัน.
มันเป็นของคนอื่นที่ไม่ใช่ของเขาอีกต่อไปแล้ว.
ความรู้สึกบางอย่างแล่นผ่านหัวใจเพียงเสี้ยววินาที.
แต่ทิ้งความเจ็บปวดไว้ให้ได้คิดหนัก
"ยุนโฮฮะ?? "
"ยุนโฮ? "
"ห๊ะ?..อ๊ะ..อืม..มีอะไรหรอ? "
"ถึงแล้วฮะ"
"อ้อ..อืม..เอาเข้าไปวางโต๊ะไหนล่ะ? "ร่างสูงรีบดึงสติและสายตาที่เหม่อลอยไปยังฝั่งตรงข้ามให้กลับมาอยู่กับตัว ก่อนจะหันไปถามคนตัวเล็กข้างๆเมื่อย่างก้าวเข้ามาในห้องพักครูแล้ว
"โต๊ะในสุดที่ติดหน้าต่างฮะ.. "
"โต๊ะนี้หรอ?... "
แกร๊กก~~
"เมื่อกี๊ก็เดินผ่านตรงนี้ไปแล้วนิน่า ให้ตายสิ ไม่เคยจำได้ซักทีสินะ"
สิ้นเสียงร่างสูง เสียงใสที่คุ้นเคยกล่าวกับคนที่เดินมาด้วยกันที่กำลังผลักประตูเข้ามาในห้องติดจะขำๆที่ตนเองเดินผ่านตรงนี้ไปแล้วหลายครั้งหลายหน แต่ก็ยังจำไม่ได้สักทีว่าที่นี่คือห้องพักครู
กึก!
เสียงฝีเท้าของเจ้าของเสียงใสที่เจื้อยแจ้วเมื่อครู่หยุดชะงัก ทำเอามิกกี้ที่เดินมาด้วยกันแปลกใจ สายตามองตามทิศทางของตาสวยที่ทอดมองไปยังเบื้องหน้าและก็พบกับเจ้าของสายตาคมเข้มคู่หนึ่ง ที่มองมาที่ร่างบางข้างตัวของเขาไม่กระพริบเช่นกัน
"อ้าว แจจุง! ไม่ได้เจอกันตั้งนาน เรียนที่นี่เหมือนกันหรอฮะ?? "ทงเฮเอ่ยทักเสียงใสตามประสาคนที่เคยเจอกันอย่างคนมนุษยสัมพันธ์ดี
"อ๊ะ..อ้อ..ใช่ๆ แล้วทงเฮก็เข้าที่นี่เหมือนกันหรอ? "ร่างบางถอนสายตาจากดวงตาคมของคนตรงหน้าก่อนเสหันไปคุยกับคนที่เอ่ยถาม
"อื้อ...ได้ยุนโฮช่วยติวน่ะ ไม่งั้นก็คงยากเหมือนกัน เพราะว่าภาษาเกาหลียังไม่ค่อยคล่องเท่าไร ดีนะที่มียุนโฮมาช่วย ไม่งั้นอาจจะต้องโดนเตะกลับไปเรียนที่อเมริกาแหงมๆ"
"อ๋อ...ก็งี้แล่ะ ยุนโฮเขาเก่งนะ วิชาภาษาเกาหลีได้เต็มออกบ่อย"แจจุงพูดพลางส่งยิ้มให้และไม่ลืมเผื่อแผ่ไปยังอีกคนทื่ยืนไม่ห่างกัน
"เอ่อ..เดี๋ยวต้องไปเอาเอกสารไปให้อาจารย์ ขอตัวก่อนนะ "กล่าวตัดบทก่อนที่ขาเพรียวจะพาร่างตัวเองไปยังโต๊ะที่วางเอกสารไว้
"ไว้ไปกินไอติมกันอีกนะฮะ"
แจจุงชะงักเล็กน้อยเมื่อได้ยินประโยคเอ่ยชวนจากคนตัวเล็กด้วยน้ำเสียงที่ไม่ได้มีจุดประสงค์แอบแฝงใดๆ ก็เงยหน้าขึ้นปรายตามองคนที่ยืนอยู่เคียงข้างกันเล็กน้อย ก่อนจะหลุบตาลง
จนทุกวันนี้ นายก็ยังไม่เคยบอกทงเฮเลยสินะ....
ว่าเราเคยเป็นอะไรกัน?......
"เอาไว้จะหาโอกาสดูนะ ขอตัวก่อนล่ะ ถ้าช้าละก็ เดี๋ยวได้โดนอาจารย์เฉ่งแน่ๆเลย"เสียงใสเอ่ยหลีกเลี่ยง ก่อนจะรีบหยิบเอกสารบนโต๊ะด้านขวาและขอตัวเดินออกมาจากห้องอย่างรวดเร็ว
"แจจุงเขายังน่ารักไม่เปลี่ยนเลยเนอะ..ว่าแต่เดี๋ยวนี้ยุนโฮไม่ได้สนิทกับแจจุงแล้วหรอ จะว่าไปตั้งแต่ผมเจอแจจุงที่ร้านไอติมครั้งนั้น ก็ไม่เคยเจอแจจุงอยู่กับยุนโฮอีกเลยนะ"เสียงหวานเอ่ยเจื้อยแจ้วไปเรื่อยตามความสงสัยของตน
"วางไว้โต๊ะนี้ใช่รึเปล่า? "ร่างสูงเลี่ยงไม่ตอบพลางวางเอกสารในมือลงกับโต๊ะที่อยู่ในสุดติดริมหน้าต่าง
"ห๊ะ?...อ๋อ..ใช่ฮะ โต๊ะนั้นแล่ะ"
"งั้นก็ไปกันเถอะ เดี๋ยวจะเข้าเรียนสาย"ว่าแล้วขายาวสูงโปร่งก็พาตัวเองออกจากห้องพักครูอย่างรวดเร็วโดยไม่รีรอคนด้านหลังเลยสักนิด
..........
.................
"แจจุง... "
"หืม?...เดี๋ยวปึกนี้ต้องเอาไปให้อาจารย์ฮีบินที่ห้องแล็บก่อนด้วยนะ ส่วนใบนี้ก็..... "
เสียงใสถูกดูดกลืนเข้าลำคอ เมื่อมือใหญ่ยกขึ้นแนบกับดวงหน้าสวย ค่อยๆปาดซับน้ำตาที่ไหลรินออกจากตาโตโดยที่เจ้าตัวเองยังไม่รู้ตัว
"อ่ะ.. "แจจุงพูดไม่ออก เรียวหน้าสวยก้มลงต่ำ มือเล็กยังคงปาดน้ำตาที่ยังคงไหลรินออกมาไม่หยุด
ทำไมนะ
ทั้งๆที่ก็ผ่านมาเกือบสามสี่เดือนแล้วแท้ๆ...
ทำไมถึงยังลืมไม่ได้อีก...
ทำไมกัน?!
"อยากร้องก็ร้องออกมาเถอะนะ... "มือใหญ่เชยคางเรียวขึ้น พลางวาดนิ้วหัวแม่มือไปตามขอบตากลมโต น้ำเสียงที่เอื้อนเอ่ย เจือไปด้วยความห่วงใหญ่เต็มเปี่ยมแม้จะยังไม่รู้เรื่องระหว่างแจจุงกับยุนโฮก็ตาม แววตาที่ทอดมองสะท้อนความหวังดีไว้อย่างไม่ปิดบัง
"ขอบคุณนะ... "ร่างบางยิ้มหวานให้เป็นสิ่งตอบแทน พวงแก้มซับสีเลือดขึ้นเล็กน้อย ก่อนจะเบือนหน้าหลบสายตาอันแสนอบอุ่นของมิกกี้
คนนี้ใช่มั้ย?....
ที่เข้ามาจนแทนที่จนไม่เหลือที่ของฉันสำหรับนายอีกแล้ว...
ทั้งๆที่ฉันเป็นคนไปจากนาย...
แต่ทำไมฉันถึงรู้สึก...
รู้สึกเจ็บ...
รู้สึกปวดร้าวข้างในอก....
มันเป็นเพราะอะไร..
ใครก็ได้บอกทีได้มั้ย...
ร่างสูงคิดอย่างเจ็บปวดปนสับสนในความรู้สึกในอกของตัวเอง เพียงแค่เห็นภาพคนรักเก่าที่เขาเองเป็นคนปล่อยมือจากไป เป็นคนที่ทำร้าย และทอดทิ้งความรักและรอยยิ้มนั่นด้วยสองมือของเขาเอง
เขาควรจะดีใจไม่ใช่หรือ?...
ที่แจจุงกำลังมีความสุข...
ไม่ได้จมปลักเสียใจให้กับคนอย่างเขา....
แต่สิ่งที่ปวดหนึบๆในหัวใจมันกำลังบอกบางสิ่งบางอย่างที่เขาไม่อยากจะยอมรับมัน...
รอยยิ้ม เสียงหัวเราะ และแววตาคู่นั้น...
มันควรจะเป็นของเขา...
เขากำลังเสียดายมันอยู่ใช่มั้ย?....
อีกด้านหนึ่ง
"นี่ ไปเดินห่างๆก็ได้ ที่ให้เดินมีตั้งเยอะแยะ จะมาเดินเบียดแย่งกันหายใจทำไมล่ะ?! "เจ้าของผิวสีน้ำผึ้งสวยใสเอ่ยเสียงต่อว่าคนด้านหลังที่เดินตัวติดกัน ไหล่แทบจะห่างไม่ถึงสามเซน
"ทางเดินเป็นที่สาธารณะไม่ใช่หรอ? ที่ของด้านหลังนายไม่ได้มีป้ายเขียนว่าห้ามเดินนิ"คนที่ถูกต่อว่าไม่สะทกสะท้าน ซ้ำยังย่นระยะห่างของไหล่ให้น้อยลงอีก
เด็กหนุ่มตัวเล็กกว่าข้างหน้าชักเริ่มทนไม่ไหว ขีดความอดทนขาดผึงเมื่อไม่ใช่เพียงแค่ไหล่ที่แทบจะติดกัน มือใหญ่ซุกซนโอบเข้าที่เอวก่อนจะดึงตัวให้แนบชิดขึ้นไปอีก เด็กหนุ่มง้างศอกจะถองเข้าที่อกเต็มแรงแต่คนตัวสูงกว่ารู้ทันรับมือกับศอกหนักๆนั้นได้ พร้อมกลับเปลี่ยนเป็นฝ่ายรุกไล่ดันอีกฝ่ายเข้าติดกำแพงในซอกตึกอย่างรวดเร็ว
"นี่ ปล่อยนะ! "ชางมินกระฟัดกระเฟียดฮึดฮัดไม่พอใจ
ซีวอนยิ้มมุมปากปรากฏให้เห็นรอยยิ้มบุ๋มลึกอันมีเสน่ห์ที่มัดใจไปหลายคนซึ่งก็ทำเอาชางมินใจกระตุกเล็กน้อย มือใหญ่เชยคางมนขึ้น ส่วนมืออีกข้างคร่อมขังร่างตรงหน้าไม่ให้หนีไปไหนได้
"อยากให้ปล่อยก็ต้องมีข้อแลกเปลี่ยน"เสียงนุ่มลึกทอดเสียงอย่างมีเลศนัย
"แลกเปลี่ยนบ้าบออะไรล่ะ! ฉันไม่เล่นด้วยหรอกนะ"คนถูกเอาเปรียบกระชากเสียงอย่างไม่พอใจ
"ไม่มีอะไรมากหรอก....แค่... "
ชายหนุ่มพูดพลางเลื่อนสายตาไล่ระดับลงตั้งแต่คิ้วเรียวสวย..ตากลม...จมูกโด่ง ก่อนจะมาหยุดที่ริมฝีปากแดงที่ถูกเม้มเข้าอัตโนมัตยามถูกจ้อง
ร่างกายคนตัวเล็กกว่าแข็งทื่อและหดเกร็ง เรี่ยวแรงเหือดหายไปหมด...
สายตาคนตรงหน้าเหมือนจะแผดเผาเขาให้เหมือนขี้ฝึ้งที่ถูกลนไฟแทบจะละลายให้ได้...
ซีวอนเห็นดังนั้นก็กลั้นยิ้มจนปวดแก้ม...
นึกว่าจะแสบได้ตลอดรอดฝั่งซะอีก...
เจอแค่นี้ก็ไร้แรงขัดขืนซะแล้ว..
ทั้งๆที่เมื่อกี๊หมายจะทำร้ายเขาอยู่แท้ๆ...
ร่างสูงเปลี่ยนเป้าหมาย หน้าคมเอียงไปด้านข้างเล็กน้อยพร้อมๆกับก้มลงต่ำ ปลายจมูกโด่งเฉียดเข้ากับพวงแก้มใสที่ตอนนี้แดงระเรื่อและร้อนจนแทบไหม้
ร่างเล็กหลับตาแน่น..เมื่อรู้สึกถึงลมหายใจอุ่นร้อนรดแผ่วเบาที่ต้นคอ..ก่อนที่จะรวบรวมสติและแรงเฮือกสุดท้าย ผลักคนตรงหน้าออกก่อนที่จมูกโด่งนั่นจะได้สัมผัสผิวสวยเต็มๆ
"ฉันไม่ได้ตอบตกลงเลยนะ ถือสิทธิ์อะไรมาทำแบบนี้มิทราบ?!!! คราวหน้าถ้าทำแบบนี้อีก นายเตรียมซื้อโลงล่วงหน้าได้เลย!!"ชางมินตะคอกเต็มเสียง ผิวหน้าร้อนจัดทั้งโกรธทั้งอาย ก่อนจะกระแทกเท้าเดินหายลับไป ทิ้งให้ซีวอนยืนพิงกำแพงอมยิ้มอย่างสบายอารมณ์
............
.....................
"ไอ้บ้า ไอ้ประสาท จอมฉวยโอกาสเอ้ย!!!!!! "ขาเรียวยาวเตะเอากับต้นไม้ต้นหญ้าบริเวณนั้น ระบายออกจนพอใจ ก่อนจะทิ้งตัวนั่งลงใต้ต้นไม้ต้นใหญ่
ตั้งแต่อยู่ด้วยกันมาสามสี่เดือนนี่ ถูกแต๊ะอั๋งจับนู่นจับนี่ไม่รู้ต่อกี่ครั้งกี่หน


โฮกกกกกกกกกกก
มารอตั้งน้าน นานแหละ
ต่ยังมะได้เรย
แหะๆ
แอบเม้นก่อน
ขอบคุงอีกทีค่า