counter 7,659

First love #8

เป็นเวลาเกือบสามวันแล้วที่ยุนโฮไม่ได้รับการติดต่อจากร่างบางคนรัก ไม่สิ...ต้องเรียกว่าอดีตคนรักถึงจะถูก ไม่ว่าเขาจะพยายามโทรติดต่อหาทุกวิถีทาง ทั้งมือถือก็ดูเหมือนจะโดนละเลย โทรเข้าบ้านก็ไม่มีคนรับ จนมือถือเครื่องที่เขาใช้จะพังยับเยินเอาเพราะเจ้าตัวเล่นเขวี้ยงวันละเกือบหลายสิบรอบ


 


สุดท้าย...


 


ก็ไม่มีแม้แต่การติดต่อกลับซักสายเดียว...


 


 


ความสับสน..กระวนกระวาย..และความรู้สึกผิดจุกแน่นเต็มอก...ตีพันกันยุ่งไปหมด


 


 


ไม่รู้ว่าตัวเองควรทำยังไง...


 


พูดอะไรที่จะทำให้ทุกอย่างดีขึ้น...


 


 


ขอโทษนะแจจุง...


 


ฉันสับสนเหลือเกิน...


 


ฉันต้องทำยังไง..บอกฉันที


 


หรือบางทีฉันควรจะปล่อยนายไป


 


 


นายต้องการแบบนั้นใช่รึเปล่า?...



"ยุนโฮ!...อยู่รึเปล่า? "


 


ร่างสูงหันหน้าไปตามทางเสียงเรียก ลุกเดินแหวกม่านที่หน้าต่างออกดู และยิ้มให้กับตัวเองอย่างไม่รู้ตัวก่อนเปิดประตูต้อนรับเจ้าของเสียงใสร่างเล็กให้เข้ามาในบ้านของตน


 


 


"ทำไมโทรศัพท์โทรไม่ติดเลยล่ะฮะ? "เด็กหนุ่มถามขึ้นเมื่อเข้ามาในบ้านแล้ว


 


ร่างสูงชะงักงันเหลือบมองโทรศัพท์ที่เจ้าตัวใช้โทรออกจนแบตหมดและเขวี้ยงทิ้งอย่างไม่ใยดีจนชิ้นส่วนของมันแทบจะแตกออกจากกันกำลังนอนนิ่งอยู่ใต้โต๊ะด้วยหางตา


 


 


ฉันควรอยู่กับปัจจุบันสินะ..


 


ในเมื่อนายเลือกแล้ว...


 


ฉันก็จะลองเดินทางใหม่...


 


 


ถนนเส้นใหม่ที่ไม่มีนายเคียงข้างอีกต่อไป...


 


 


"มันเสียน่ะ กำลังจะไปซื้อเครื่องใหม่ด้วย ไปด้วยกันนะ ทงเฮ"


 


 


.


.


.


 


 


"โหยย..อยู่ต่ออีกหน่อยไม่ได้หรอ? ไม่ได้เจอกันตั้งนาน"


 


เสียงออดอ้อนโวยวายของลูกพี่ลูกน้องตัวโตของแจจุงโอดโอยลั่นบ้านเมื่อรู้ว่าวันนี้แจจุงจะเดินทางกลับแล้ว




"ก็บอกแล้วไง ปิดเทอมถ้าสอบเข้าเสร็จเมื่อไรจะขอแม่มา อีกอย่างฉันก็ต้องไปเรียนเหมือนกันนะ เลิกงอแงได้แล้วและเอามือออกจากเอวฉันซักที "ร่างบางว่าพลางแกะมือเหนียวที่เกาะเอวเขาแน่นตั้งแต่ที่เขาเริ่มเก็บของยัดเข้ากระเป๋าเดินลากเท้ามาถึงชั้นล่างจนตอนนี้ก็ยังไม่ยอมปล่อยซักที


 


"ต้องมาจริงๆนะ "ซีวอนยอมละมือออก ผงกหน้าขึ้นจ้องตาโตๆของร่างบางตรงหน้าทันที


 


"อื้มมมม..มาแน่ๆ"แจจุงว่าพลางหยิกเข้าที่แก้มของซีวอนแรงๆก่อนหันไปลาพี่สาวของแม่ตัวเองที่เพิ่งเดินออกมากจากห้องครัว


 


"จะไปแล้วหรอแจจุง?..รถไฟออกกี่โมงล่ะ"


 


"สิบเอ็ดโมงฮะ..ต้องไปถึงสถานีก่อนนิดหน่อย...ไว้ผมจะมาเยี่ยมป้าใหม่นะฮะ"แจจุงส่งยิ้มหวานให้ผู้สูงอายุก่อนเดินเข้าไปกอดแรงๆหนึ่งที


 


"จ้ะ..แล้วนี่จะไปยังไงล่ะ? "คุณป้าผละออกมาถาม


 


"เดี๋ยวผมไปส่งเองครับ...ไหนๆทางกลับบ้านผมต้องผ่านสถานีอยู่แล้ว"


 


"ยังไงก็รบกวนยูชอนหน่อยละกันนะจ๊ะ... "


 


"เดี๋ยว...ฉันไปด้วย"ซีวอนผุดลุกทันที


 


"ไม่ต้องเลย เดี๋ยวออกไปจะไม่ได้กลับบ้านน่ะสิ เจ้าตัวดี ให้ยูชอนเขาไปส่งก็พอแล้ว ตัวเองน่ะมานี่เลย"ว่าแล้วเจ้าตัวปัญหาก็โดนลากเข้าหลังบ้านใช้งานทันที


 


"ไว้เจอกันใหม่นะจ๊ะ แจจุง"คุณป้าไม่วายหันมากล่าวลาครั้งสุดท้ายก่อนลากลูกชายตัวเองที่โดนดึงตามหายเข้าหลังบ้านไป




"ขี่จักรยานไปหรอ? "


 


ร่างเล็กถามขึ้น เมื่อเดินออกมาที่หน้าบ้านแล้วเห็นชายหนุ่มเพื่อนของลูกพี่ลูกน้องของตนเข้าไปปลดล๊อกจักรยาน


 


"อื้อ"ตอบรับพลางขึ้นคร่อมจักรยานคู่ชีพที่เอามาจอดไว้ตั้งแต่วันแรกที่มาค้างบ้านซีวอน


 


"แล้วจะไหวหรอ? ของฉันเยอะนะ"ร่างบางพูดพลางมองสัมภาระที่เพิ่มขึ้นมาเยอะจากขามาอยู่มากโข มีทิ้งของกินของฝากอะไรมากมายที่ป้าเขาให้ไปฝากแม่และเพื่อนๆ


 


"แค่นี้สบายๆอยู่แล้ว ขึ้นซ้อนเลย"มิกกี้หันมาส่งยิ้มให้พลางรับสัมภาระส่วนหนึ่งไปไว้ตระกร้าด้านหน้าของรถ


 


"เอาล่ะ...จับแน่นๆนะ"


 


 


ว่าแล้วชายหนุ่มทางด้านหน้าก็ออกแรงถีบปั่นจักรยานคู่ใจทันที


 


รถกระตุกเล็กน้อยก่อนจะเพิ่มความเร็วขึ้นเรื่อยๆ แจจุงเกาะเอวคนด้านหน้าแน่นเมื่อถึงบริเวณทางขรุขระบางครั้ง ชายหนุ่มตรงหน้าเขาคงคุ้นเคยและชำนาญเส้นทางพอควร สามารถขับขี่เลี้ยวเลาะได้อย่างรวดเร็วคล่องแคล่วและว่องไว เมื่อถึงเนินสูงๆร่างสูงก็สามารถปั่นขึ้นได้อย่างง่ายได้เหมือนไม่ได้แบกอะไรไว้กับจักรยานเลย


 


"ยูชอนมาบ้านซีวอนบ่อยหรอ? "ร่างเล็กเอ่ยถามขึ้น


 


"อื้อ..จะเรียกว่าย้ายบ้านก็ไม่ผิดนะ... "ร่างสูงข้างหน้าหันมาตอบหัวเราะเล็กน้อยก่อนหันไปทางเดิมต่อ


 


"ขนาดนั้นเชียว... "


 


"ช่วงนี้ก็ใกล้สอบเข้าแล้ว..เพื่อนๆส่วนใหญ่ก็ไปบ้านซีวอนกันทั้งนั่นล่ะ..ไปอ่านหนังสือกันที่นั่น"


 


"จะได้อ่านแน่หรอ?..เห็นวันๆเอาแต่เล่นเกมส์"


 


"จะว่าไป..ก็มีแต่หมอนั่นแล่ะที่เล่นไม่บันยะบันยัง..คนอื่นเขาไม่เป็นกันหรอก...เอาล่ะถึงแล้ว... "




"เร็วจัง..ขอบคุณมากๆเลยนะ..แล้วไว้ปิดเทอมเจอกัน... "แจจุงว่าพลางลุกขึ้นยื่นมือรับสัมภาระที่มิกกี้ส่งมาให้ก่อนจะยิ้มหวานให้หนึ่งครั้ง


 


มิกกี้ไม่ตอบอะไรเพียงส่งยิ้มหวานไปให้เช่นกัน..


 


........


...................


 


 


เวลาปิดเทอมดำเนินไปอย่างรวดเร็ว ชางมินและแจจุงแทบจะเรียกว่าเข้าโหมดไม่มีปากจะพูดกัน เพราะต้องเตรียมตัวสอบเข้ามหาลัยกันทั้งคู่


 


ตั้งแต่แจจุงกลับมา ชางมินไม่เคยได้ยินเรื่องยุนโฮออกจากปากเพื่อนรักอีกเลย อีกฝ่ายก็ไม่ได้ติดต่อมาอีกเช่นกัน จะมีก็เรื่องเล่าที่ฟังแล้วหูชาตอนที่ไปอยู่บ้านป้านั่นแล่ะ ถ้าเกิดแจจุงเลิกคิดมากเรื่องยุนโฮได้แล้วจริงๆอย่างที่แสดงให้เห็นล่ะก็ เขาก็สบายใจ...


 


แต่ถ้าไม่ละ...


 


ใครจะรู้ว่าในใจลึกๆแล้วแจจุงคิดอะไรอยู่กันแน่....


 


 


ถูกแล้วล่ะ....


 


ภายนอกดูเหมือนว่าแจจุงแทบจะลืมเรื่องยุนโฮไปหมดแล้ว..แต่ในใจจริงๆ ใครจะย่อมรู้ดีเท่าตัวเองว่า ยังไม่มีคืนไหนที่จะนอนหลับได้โดยที่ยังไม่มีเรื่องอดีตคนรักเข้ามาในหัวเลยสักครั้ง


 


น้ำตาที่ไม่ได้ไหลออกมาให้ใครเห็น...


 


แต่ใครจะรู้ว่าในอกนั้นร่ำไห้จนไม่รู้จะเอาน้ำตาในใจออกมาให้เห็นได้ทางไหน...




เพิ่งรู้เดี๋ยวนี้เอง...


 


ว่าไม่ใช่แค่ตาที่ร้องไห้ได้...


 


หัวใจก็ร้องไห้เป็นเหมือนกัน...


 


 


 


อิทธิพลรักครั้งแรกมันมีผลกับทุกคนแบบนี้รึเปล่านะ?...


 


 


จะมีวันไหนสักวันข้างหน้าที่แจจุงสามารถลืมผู้ชายคนนี้ได้รึเปล่า?...


 


ไม่มีใครตอบได้...เพราะแม้กระทั่งตัวเอง..


 


ยังหาวี่แววว่าจะมีวันนั้นไม่เจอเลย....


 


 


 



..


 


"ติดแล้ว..ติดแล้วชางมิน....ฉันสอบติดแล้ว!!! "


 


"เย่!!!!!!!ได้อยู่ด้วยกันแล้ว ฮิ้วๆๆ"


 


ทั้งคู่กระโดดกอดกันแบบไม่อายสายตาใครตรงหน้าบอร์ดประกาศรายชื่อตรงลานกว้างในมหาลัยชื่อดัง เมื่อรู้ว่าจะได้เรียนมหาลัยเดียวกัน


 


"ยังงี้ต้องฉลอง!! "ชางมินตะโกนก้องหลังจากพากันเดินห่างออกมา ขืนอยู่ตรงนั้นอาจตายเอาได้ เพราะสายตาจากผู้ที่สอบไม่ติดทิ่มแทงตั้งแต่ที่เขาสองคนกระโดดกอดกันแล้วล่ะ


 


"แล้วตกลงนายจะไปบ้านป้ากับเรามั้ย? "


 


"ก็ดีนะ ไปฉลองที่นั่นก็ไม่เลว... "ชางมินเงยหน้าพลางครุ่นคิดเรื่องที่แจจุงชวนไปบ้านป้าที่อยู่ต่างจังหวัดไม่ไกลจากโซลนักระหว่างเดินทางกลับ




........


......................


 


 


บ้านแจจุง


 


"แม่ฮะ..ผมสอบ... "ชะงักงันเพียงแค่นั้น คำพูดถูกกลืนหายเข้าไปหมดเมื่อเห็นผู้คนตรงหน้าก่อนจะเอ่ยพูดตะกุกตะกักอย่างไม่อยากเชื่อ


 


"พวกนะ..นาย...มาได้ยังไง?!! "


 


"ก็ฉันรอให้นายไปหาที่นั่นไม่ไหวน่ะสิ..ก็เลยมาเองเลย"หนุ่มรูปร่างสูงโปร่งมีลักยิ้มบุ๋มเป็นเอกลักษณ์ ลุกขึ้นเดินมาก่อนจะสวมกอดร่างบางผิวขาวแน่นเต็มอ้อมกอด


 


 


"ซีวอน!!!ปล่อยเดี๋ยวนี้เลยนะ!!... "


 


ร่างสูงยังคงไม่ใส่ใจแกล้งร่างเล็กกอดแน่นขึ้น..แต่สายตาพลันมองเห็นรังสีความไม่เป็นมิตรพุ่งตรงมาจากคนที่อยู่ด้านหลังร่างบาง


 


ทั้งคู่สบตาชั่วครู่ ก่อนชางมินจะกรอกตาไปทางอื่นปากแบะออกนิดๆ


 


 


นี่น่ะหรอ?...


 


เจ้าตัวป่วนวันนั้นที่รับโทรศัพท์...


 


เหอะ...




"อ้าวกลับมากันแล้วหรอจ๊ะ...เข้ามาเลยๆ ชางมินวันนี้แม่ทำของโปรดไว้ให้เรียบร้อยเตรียมฉลองให้แล้วนะจ๊ะ"หญิงสาวที่มีหน้าตะละม้ายคล้ายแจจุงอย่างกับโคลนนิ่งทักทายขึ้นเมื่อหยิบขนมของว่างวางลงที่โต๊ะ


 


"แม่ฮะ..แม่รู้ได้ไงว่าพวกเราสอบติด"แจจุงถามขึ้นทันทีหลังจากสะบัดคนตัวโตออกไปได้แล้ว


 


"ถ้าไม่ติดลูกคงโทรมาโวยแล้วล่ะ แล้วแม่ก็มีสายสืบมาบอกแม่ตั้งแต่บ่ายแล้ว"คุณนายคิมพูดพลางมองไปยังซีวอนและอีกหนุ่มที่นั่งอมยิ้มเล็กๆที่โซฟา


 


"หมายความว่าไงฮะ? "


 


"พวกเราสอบติดมหาลัยที่เดียวกับนายไงล่ะเห็นชื่อพวกนายด้วย..แล้วแม่ก็อนุญาตให้พวกเราลงมาอยู่ที่โซลเลย"ซีวอนตอบพลางยิ้มแป้น


 


 


"แล้วจะมาอยู่ที่ไหนล่ะ? "แจจุงเดินเข้ามาพลางทิ้งตัวแรงๆลงที่โซฟานิ่มพร้อมๆกับชางมิน


 


"บ้านเรานี่แล่ะจ้ะ... "


 


"แม่ล้อเล่นใช่มั้ย?... "ร่างบางหันขวับทันที


 


"แน่นอนไม่ได้ล้อเล่น...กระเป๋าพวกเราไปนอนแอ้งแม้งอยู่ห้องข้างๆนายเรียบร้อย"ซีวอนตอบให้เองเสร็จสรรพ


 


"แม่เป็นคนบอกป้าเขาเองล่ะจ้ะ ว่าไหนๆจะย้ายมาเรียนที่โซลมาอยู่ด้วยกันก็ได้..แถมได้หนุ่มหล่ออย่างยูชอนมาอยู่อีกคน แม่ว่าดีออก"คุณแม่ยังสาวกล่าวพลางมองไปที่มิกกี้ที่นั่งอมยิ้ม ไม่พูดอะไร




"แม่ฮะ..แม่รู้มั้ยว่าแม่กำลังทำลายชีวิตอันสงบสุขของผมที่เหลือทั้งชีวิตแล้ว"แจจุงโอดครวญ


 


"แล้วใครกันที่บอกแม่ไว้แล้วว่าถ้าสอบเสร็จจะไปหาซีวอน หืม? ทีอย่างนี้มาทำบ่น..ไปๆไปเก็บของกันได้แล้ว วันนี้ชางมินจะนอนที่นี่ด้วยรึเปล่าลูก?"


 


"ฮะ..ผมแวะบอกแม่แล้วฮะ"


 


"งั้นก็ดีจ้ะ ไปอาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้าก่อนละกัน แล้วลงมากินข้าวกันนะจ๊ะหนุ่มๆ"ว่าแล้วหญิงสาวก็เดินหายลับไปทางห้องครัว


 


 


"เอ่อ..แนะนำก่อนละกันนะ..นี่ชิม ชางมินเพื่อนสนิทเราเอง..ส่วนนี่ก็ซีวอน..และก็ยูชอนนะ"แจจุงผายมือแนะนำตัวแต่ละคนหลังจากที่แม่เขาหายเข้าไปหลังบ้านสักพักเพื่อทำลายความเงียบ


 


ชางมินมองผ่านซีวอนไปเฉยๆแต่กลับยิ้มรับมิกกี้คนเดียว


 


"งั้นเราขอตัวก่อนนะ ซีวอนห้ามแอบกินก่อนด้วยล่ะ"เอ่ยขอตัวก่อนตบท้ายเจ้าลูกพี่ลูกน้องตัวดีอย่างรู้นิสัย ทั้งๆที่ไปอยู่เพียงไม่กี่วันก่อนจะเดินลับมุมขึ้นบันไดหายขึ้นไปพร้อมชางมิน


 


 


"ไง จ้องตาไม่กระพริบเลยนะ"ยูชอนเอ่ยขึ้นเป็นประโยคแรกที่ยาวที่สุดหลังจากที่เข้ามาอยู่ในบ้านหลังนี้


 


"อะไร..ฉันก็แค่มองไปเรื่อย... "




มิกกี้เห็นท่าทางของเพื่อนแบบนั้นก็พลันส่ายหัว..


 


สงสัยชีวิตมหาลัยในบ้านหลังนี้คงมีอะไรสนุกๆแน่ๆแล้วสินะ...


 


 


 


"เจ็บใจท

First love #8

เป็นเวลาเกือบสามวันแล้วที่ยุนโฮไม่ได้รับการติดต่อจากร่างบางคนรัก ไม่สิ...ต้องเรียกว่าอดีตคนรักถึงจะถูก ไม่ว่าเขาจะพยายามโทรติดต่อหาทุกวิถีทาง ทั้งมือถือก็ดูเหมือนจะโดนละเลย โทรเข้าบ้านก็ไม่มีคนรับ จนมือถือเครื่องที่เขาใช้จะพังยับเยินเอาเพราะเจ้าตัวเล่นเขวี้ยงวันละเกือบหลายสิบรอบ


 


สุดท้าย...


 


ก็ไม่มีแม้แต่การติดต่อกลับซักสายเดียว...


 


 


ความสับสน..กระวนกระวาย..และความรู้สึกผิดจุกแน่นเต็มอก...ตีพันกันยุ่งไปหมด


 


 


ไม่รู้ว่าตัวเองควรทำยังไง...


 


พูดอะไรที่จะทำให้ทุกอย่างดีขึ้น...


 


 


ขอโทษนะแจจุง...


 


ฉันสับสนเหลือเกิน...


 


ฉันต้องทำยังไง..บอกฉันที


 


หรือบางทีฉันควรจะปล่อยนายไป


 


 


นายต้องการแบบนั้นใช่รึเปล่า?...



"ยุนโฮ!...อยู่รึเปล่า? "


 


ร่างสูงหันหน้าไปตามทางเสียงเรียก ลุกเดินแหวกม่านที่หน้าต่างออกดู และยิ้มให้กับตัวเองอย่างไม่รู้ตัวก่อนเปิดประตูต้อนรับเจ้าของเสียงใสร่างเล็กให้เข้ามาในบ้านของตน


 


 


"ทำไมโทรศัพท์โทรไม่ติดเลยล่ะฮะ? "เด็กหนุ่มถามขึ้นเมื่อเข้ามาในบ้านแล้ว


 


ร่างสูงชะงักงันเหลือบมองโทรศัพท์ที่เจ้าตัวใช้โทรออกจนแบตหมดและเขวี้ยงทิ้งอย่างไม่ใยดีจนชิ้นส่วนของมันแทบจะแตกออกจากกันกำลังนอนนิ่งอยู่ใต้โต๊ะด้วยหางตา


 


 


ฉันควรอยู่กับปัจจุบันสินะ..


 


ในเมื่อนายเลือกแล้ว...


 


ฉันก็จะลองเดินทางใหม่...


 


 


ถนนเส้นใหม่ที่ไม่มีนายเคียงข้างอีกต่อไป...


 


 


"มันเสียน่ะ กำลังจะไปซื้อเครื่องใหม่ด้วย ไปด้วยกันนะ ทงเฮ"


 


 


.


.


.


 


 


"โหยย..อยู่ต่ออีกหน่อยไม่ได้หรอ? ไม่ได้เจอกันตั้งนาน"


 


เสียงออดอ้อนโวยวายของลูกพี่ลูกน้องตัวโตของแจจุงโอดโอยลั่นบ้านเมื่อรู้ว่าวันนี้แจจุงจะเดินทางกลับแล้ว




"ก็บอกแล้วไง ปิดเทอมถ้าสอบเข้าเสร็จเมื่อไรจะขอแม่มา อีกอย่างฉันก็ต้องไปเรียนเหมือนกันนะ เลิกงอแงได้แล้วและเอามือออกจากเอวฉันซักที "ร่างบางว่าพลางแกะมือเหนียวที่เกาะเอวเขาแน่นตั้งแต่ที่เขาเริ่มเก็บของยัดเข้ากระเป๋าเดินลากเท้ามาถึงชั้นล่างจนตอนนี้ก็ยังไม่ยอมปล่อยซักที


 


"ต้องมาจริงๆนะ "ซีวอนยอมละมือออก ผงกหน้าขึ้นจ้องตาโตๆของร่างบางตรงหน้าทันที


 


"อื้มมมม..มาแน่ๆ"แจจุงว่าพลางหยิกเข้าที่แก้มของซีวอนแรงๆก่อนหันไปลาพี่สาวของแม่ตัวเองที่เพิ่งเดินออกมากจากห้องครัว


 


"จะไปแล้วหรอแจจุง?..รถไฟออกกี่โมงล่ะ"


 


"สิบเอ็ดโมงฮะ..ต้องไปถึงสถานีก่อนนิดหน่อย...ไว้ผมจะมาเยี่ยมป้าใหม่นะฮะ"แจจุงส่งยิ้มหวานให้ผู้สูงอายุก่อนเดินเข้าไปกอดแรงๆหนึ่งที


 


"จ้ะ..แล้วนี่จะไปยังไงล่ะ? "คุณป้าผละออกมาถาม


 


"เดี๋ยวผมไปส่งเองครับ...ไหนๆทางกลับบ้านผมต้องผ่านสถานีอยู่แล้ว"


 


"ยังไงก็รบกวนยูชอนหน่อยละกันนะจ๊ะ... "


 


"เดี๋ยว...ฉันไปด้วย"ซีวอนผุดลุกทันที


 


"ไม่ต้องเลย เดี๋ยวออกไปจะไม่ได้กลับบ้านน่ะสิ เจ้าตัวดี ให้ยูชอนเขาไปส่งก็พอแล้ว ตัวเองน่ะมานี่เลย"ว่าแล้วเจ้าตัวปัญหาก็โดนลากเข้าหลังบ้านใช้งานทันที


 


"ไว้เจอกันใหม่นะจ๊ะ แจจุง"คุณป้าไม่วายหันมากล่าวลาครั้งสุดท้ายก่อนลากลูกชายตัวเองที่โดนดึงตามหายเข้าหลังบ้านไป




"ขี่จักรยานไปหรอ? "


 


ร่างเล็กถามขึ้น เมื่อเดินออกมาที่หน้าบ้านแล้วเห็นชายหนุ่มเพื่อนของลูกพี่ลูกน้องของตนเข้าไปปลดล๊อกจักรยาน


 


"อื้อ"ตอบรับพลางขึ้นคร่อมจักรยานคู่ชีพที่เอามาจอดไว้ตั้งแต่วันแรกที่มาค้างบ้านซีวอน


 


"แล้วจะไหวหรอ? ของฉันเยอะนะ"ร่างบางพูดพลางมองสัมภาระที่เพิ่มขึ้นมาเยอะจากขามาอยู่มากโข มีทิ้งของกินของฝากอะไรมากมายที่ป้าเขาให้ไปฝากแม่และเพื่อนๆ


 


"แค่นี้สบายๆอยู่แล้ว ขึ้นซ้อนเลย"มิกกี้หันมาส่งยิ้มให้พลางรับสัมภาระส่วนหนึ่งไปไว้ตระกร้าด้านหน้าของรถ


 


"เอาล่ะ...จับแน่นๆนะ"


 


 


ว่าแล้วชายหนุ่มทางด้านหน้าก็ออกแรงถีบปั่นจักรยานคู่ใจทันที


 


รถกระตุกเล็กน้อยก่อนจะเพิ่มความเร็วขึ้นเรื่อยๆ แจจุงเกาะเอวคนด้านหน้าแน่นเมื่อถึงบริเวณทางขรุขระบางครั้ง ชายหนุ่มตรงหน้าเขาคงคุ้นเคยและชำนาญเส้นทางพอควร สามารถขับขี่เลี้ยวเลาะได้อย่างรวดเร็วคล่องแคล่วและว่องไว เมื่อถึงเนินสูงๆร่างสูงก็สามารถปั่นขึ้นได้อย่างง่ายได้เหมือนไม่ได้แบกอะไรไว้กับจักรยานเลย


 


"ยูชอนมาบ้านซีวอนบ่อยหรอ? "ร่างเล็กเอ่ยถามขึ้น


 


"อื้อ..จะเรียกว่าย้ายบ้านก็ไม่ผิดนะ... "ร่างสูงข้างหน้าหันมาตอบหัวเราะเล็กน้อยก่อนหันไปทางเดิมต่อ


 


"ขนาดนั้นเชียว... "


 


"ช่วงนี้ก็ใกล้สอบเข้าแล้ว..เพื่อนๆส่วนใหญ่ก็ไปบ้านซีวอนกันทั้งนั่นล่ะ..ไปอ่านหนังสือกันที่นั่น"


 


"จะได้อ่านแน่หรอ?..เห็นวันๆเอาแต่เล่นเกมส์"


 


"จะว่าไป..ก็มีแต่หมอนั่นแล่ะที่เล่นไม่บันยะบันยัง..คนอื่นเขาไม่เป็นกันหรอก...เอาล่ะถึงแล้ว... "




"เร็วจัง..ขอบคุณมากๆเลยนะ..แล้วไว้ปิดเทอมเจอกัน... "แจจุงว่าพลางลุกขึ้นยื่นมือรับสัมภาระที่มิกกี้ส่งมาให้ก่อนจะยิ้มหวานให้หนึ่งครั้ง


 


มิกกี้ไม่ตอบอะไรเพียงส่งยิ้มหวานไปให้เช่นกัน..


 


........


...................


 


 


เวลาปิดเทอมดำเนินไปอย่างรวดเร็ว ชางมินและแจจุงแทบจะเรียกว่าเข้าโหมดไม่มีปากจะพูดกัน เพราะต้องเตรียมตัวสอบเข้ามหาลัยกันทั้งคู่


 


ตั้งแต่แจจุงกลับมา ชางมินไม่เคยได้ยินเรื่องยุนโฮออกจากปากเพื่อนรักอีกเลย อีกฝ่ายก็ไม่ได้ติดต่อมาอีกเช่นกัน จะมีก็เรื่องเล่าที่ฟังแล้วหูชาตอนที่ไปอยู่บ้านป้านั่นแล่ะ ถ้าเกิดแจจุงเลิกคิดมากเรื่องยุนโฮได้แล้วจริงๆอย่างที่แสดงให้เห็นล่ะก็ เขาก็สบายใจ...


 


แต่ถ้าไม่ละ...


 


ใครจะรู้ว่าในใจลึกๆแล้วแจจุงคิดอะไรอยู่กันแน่....


 


 


ถูกแล้วล่ะ....


 


ภายนอกดูเหมือนว่าแจจุงแทบจะลืมเรื่องยุนโฮไปหมดแล้ว..แต่ในใจจริงๆ ใครจะย่อมรู้ดีเท่าตัวเองว่า ยังไม่มีคืนไหนที่จะนอนหลับได้โดยที่ยังไม่มีเรื่องอดีตคนรักเข้ามาในหัวเลยสักครั้ง


 


น้ำตาที่ไม่ได้ไหลออกมาให้ใครเห็น...


 


แต่ใครจะรู้ว่าในอกนั้นร่ำไห้จนไม่รู้จะเอาน้ำตาในใจออกมาให้เห็นได้ทางไหน...




เพิ่งรู้เดี๋ยวนี้เอง...


 


ว่าไม่ใช่แค่ตาที่ร้องไห้ได้...


 


หัวใจก็ร้องไห้เป็นเหมือนกัน...


 


 


 


อิทธิพลรักครั้งแรกมันมีผลกับทุกคนแบบนี้รึเปล่านะ?...


 


 


จะมีวันไหนสักวันข้างหน้าที่แจจุงสามารถลืมผู้ชายคนนี้ได้รึเปล่า?...


 


ไม่มีใครตอบได้...เพราะแม้กระทั่งตัวเอง..


 


ยังหาวี่แววว่าจะมีวันนั้นไม่เจอเลย....


 


 


 



..


 


"ติดแล้ว..ติดแล้วชางมิน....ฉันสอบติดแล้ว!!! "


 


"เย่!!!!!!!ได้อยู่ด้วยกันแล้ว ฮิ้วๆๆ"