counter 7,680

First love #6

Part 6


 


 


นานแค่ไหนแล้วนะ ที่น้ำตาไหลไม่หยุดแบบนี้...


 


เมื่อไรจะหมดซะที


 


 


เด็กชายตัวเล็กผิวขาวนั่งกอดเข่าคุดคู้อยู่ข้างเตียงมุมหนึ่งในห้อง ร่ำไห้ไม่หยุดตั้งแต่ก้าวเข้ามาในห้องนี้..


 


น้ำตาไหลรินจากดวงตาคู่สวยดำขลับที่ตอนนี้บวมแดงจนตาแทบจะลืมไม่ได้..แต่ถึงอย่างนั้นความเจ็บไม่ได้ไหลออกจากใจอย่างน้ำตาซักนิด ไม่มีทีท่าว่าจะบรรเทาลง แถมกลับกลายเป็นว่าทุกหยุดน้ำตาที่ร่วงหล่น ก็เหมือนกับตอกย้ำว่าความเจ็บจะไม่มีวันหายออกไปจากใจ


 


 "ฮึก..ฮึก..หนาว..ทำไมถึงหนาวแบบนี้นะ..ฮึก..ฮึก"


 


ร่างเล็กห่อตัวเข้าไปอีก จากที่ตัวเล็กอยู่แล้วตอนนี้เหมือนยิ่งเล็กลงกว่าเดิม กอดตัวเองราวกับโหยหาความอบอุ่นที่เคยมีติดกับตัวในอดีต ซึ่งตอนนี้เขาได้คืนเจ้าของไปหมดแล้ว...


 


 



.


 


 


"แจจุง..มะ..หมายความว่าไง??... "


 


"ฉันคืนให้ ทุกอย่างที่ฉันได้รับตลอดสามปี..ฉันมีความสุขมากเลยนะ...แต่น่าเสียดายที่ความสุขนั้นมันจะไม่ใช่ของฉันอีกแล้ว"ร่างเล็กเม้มปากแน่นเบือนหน้าไม่สบตา กลั้นน้ำตาที่ยังคงไหลรินอย่างไร้ผล


 


"คืน?..ทำไม?..ฉันไม่เข้าใจ..เกิดอะไรขึ้นกับนายกันแน่แจจุง?.. "


 


"คำถามนั้นควรจะเป็นฉันถามไม่ใช่หรอ?..ว่าเกิดอะไรขึ้นกับนายกันแน่... "แจจุงหันหน้าย้อนถามด้วยสีหน้าเจ็บปวด


 


"ฉัน?..ฉันทำอะไร?...ถ้าเป็นเรื่องที่ช่วงนี้ไม่ว่างก็บอกแล้วว่างานเยอะ..และถ้าเป็นเรื่องทงเฮแล้วล่ะก็..เขากำลังมีปัญหา..เอ่อ..เขาไม่มีใคร..ฉันก็เลย... "


 


"อย่างนั้นหรอ?... "


"ใช่..นายเลิกเข้าใจผิดได้แล้วน่ะแจจุง...อย่างน้อยก็เห็นแก่ทงเฮเขาหน่อยสิ..ฉันไม่เคยโกหกนายเวลาไปไหนมาไหนกับทงเฮเลยนะ "


 


"ใช่! นายไม่เคยโกหกฉัน..แต่นายกำลังโกหกความรู้สึกตัวเอง!...จนถึงตอนนี้แล้วยังไม่เข้าใจอีกหรอ?..นายทิ้งเขาไม่ได้ ทั้งๆที่ฉันก็รอนายอยู่..แต่ก็ไม่คิดจะโทรมาบอกกันซักนิด..ให้ยืนรอเป็นชั่วโมง..และที่สำคัญเท่าที่ฉันรู้ ทงเฮเขายังไม่รู้เลยนี่ว่าเราเป็นอะไรกัน..ใช่มั้ย?...แต่นายก็ไม่เคยคิดจะบอก"


 


"เรื่องแค่นั้นเองหรอ?...มันไม่ได้สำคัญว่าต้องรู้ว่าเราเป็นอะไรกันรึเปล่าเลยนะ"


 


อึก...ไม่สำคัญหรอ?


 


ใช่เรื่องของเราไม่สำคัญขนาดต้องไปป่าวประกาศอยู่หรอกถ้ามันไม่ได้ตกอยู่ในสภาพแบบนี้...


 


 


"แล้วถ้าเปลี่ยนเป็นฉันบ้างล่ะ?...ถ้าฉันไปสนิทกับคนอื่น..และไม่ได้บอกว่ามีแฟนแล้ว..พอมีเวลาว่างฉันก็อาจจะไปเที่ยวไปกินไอติมกับเขาบ้าง...หรือถ้าเขามีปัญหาฉันก็เลยต้องอยู่กับเขาแต่ก็ลืมโทรบอกเลื่อนนัด..ปล่อยให้นายรอเป็นชั่วโมง..นายจะรู้สึกยังไง?...จะคิดว่าระหว่างเรายังเป็นเหมือนเดิมได้อีกอย่างนั้นหรอ?... "


 


"แจ..จุง... "


 


"แค่นั้นยังไม่พอ"ร่างบางตัดบทจะพูดต่อ..ตอนนี้อะไรก็หยุดอารมณ์เขาไม่ได้อีกแล้ว


 


"..นายจะรู้สึกยังไงบ้าง ถ้าเกิดเป็นได้แค่ฝ่ายรอโทรศัพท์จากคนที่รักมากที่สุดที่บอกว่าจะโทรกลับ แต่สุดท้ายก็ไม่เคยโทรมา จนบางทีต้องเป็นฝ่ายโทรไปเอง และได้รับคำทักทายกลับมาว่า มีอะไรหรอ แทบทุกครั้ง ทั้งที่ปกตินายไม่เคยพูด แล้วจะให้ฉันเข้าใจว่ายังไงอีก!?บอกฉันสิ!?... "ร่างเล็กกระชากเสียงทั้งน้ำตา


 


"แจจุง..ฉัน.. "


 


"ฉันเหนื่อยแล้ว..เหนื่อยที่จะต้องกดโทรศัพท์เบอร์ซ้ำๆและลบมันแทบทุกครั้งด้วยความหวังที่ว่าเดี๋ยวนายก็คงโทรกลับ..นายคงติดงาน..นายอาจไม่ว่าง...และระหว่างเรายังเหมือนเดิม... "แจจุงพูดพลางก้มหน้าลง ไหล่บางสั่นสะท้านรุนแรง


 


"นายไม่ได้มีฉันคนเดียวอีกแล้ว...ฉันไม่ต้องการที่หนึ่งไม่ต้องการแค่คำว่าเป็นแฟน..แต่ต้องการเป็นคนสำคัญคนเดียวสำหรับนาย....อย่างที่ฉันให้นายเป็นแบบนั้นสำหรับฉันมาตลอด แต่ถ้าไม่ใช่แบบนั้นก็ไม่ใช่..ไม่ใช่ฉันกับนายอีกแล้ว... "


 


 


นั่นเป็นประโยคสุดท้ายที่ร่างบางพูดกับคนตัวสูง


 


ใช่...


 


ไม่ใช่ฉันกับนายอีกแล้ว...


 


............


................


 


 


แสงสีส้มจากตะเกียงหัวเตียงยังคงส่องแสงตลอดสองชม.หลังจากที่เจ้าของมันได้เปิดไว้..เหมือนกับน้ำตาของเจ้าของตะเกียงตัวนี้เช่นกัน ที่มันยังคงไหลออกมาอย่างต่อเนื่อง ไร้วี่แววว่าจะเหือดแห้งเมื่อใด


 


 


* * * * * * * * * * 


"ครับ เจ้าหญิง


 


หืม? อยากกินไอติมหรอ?


 


ได้เดี๋ยวเย็นนี้พาไป.."


 


* * * * * * * * * *


 


"แจจุง ฉันหิวแล้ว"


 


* * * * * * * * * *


 


"ฉันง่วงนอนแล้วง่ะ"


 


* * * * * * * * * *


 


"อยากกินสาหร่าย"


 


* * * * * * * * * *


 


"ไหนว่าไม่มีเงิน? เนี่ยนะ เลี้ยงไอติมเลย"


 


* * * * * * * * * *


 


"จ่ายค่าข้าวมาด้วย แจจุงกินข้าวบ้านฉันจะสามปีแล้วนะ!"


 


* * * * * * * * * * *


 


"เห้ชางมิน!แจจุงเป็นคนทำ ฉันไม่ได้ทำนะ"


 


* * * * * * * * * * * *


 


"ถอดเสื้อให้หน่อยสิ"


 


* * * * * * * * * * * * *


 


"แจจุงเอาสีอะไรดีล่ะ เลือกสิ"


 


* * * * * * * * * * * * *


 


"ฉันจะทำผมยังไงดีล่ะ~~"


 


* * * * * * * * * * * * *


 


"เสื้อสั้นไปมั้ย?"


 


* * * * * * * * * * * * *


 


"แบบนี้ดียัง?"


 


* * * * * * * * * * * * *


 


"อันนี้สวยมั้ย?"


 


* * * * * * * * * * * * *


 


"ถ้าแจจุงมีลูกได้นะ ฉันต้องหวงลูกสาวมากแน่ๆ"


 


* * * * * * * * * * * * *


 


"อ่าวไม่ตกใจหรอ!?"


 


* * * * * * * * * * * * *


 


"เท่ห์มั้ย~"


 


* * * * * * * * * * * *


  


"อยากลองเลี้ยงผีเสื้ออ่ะ เลี้ยงกันมั้ย!"


 


* * * * * * * * * * * *


 


"ทำไมไม่ใส่ถุงมือล่ะ?"


 


* * * * * * * * * * * *


 


"แจจุง ทำเลขให้หน่อย"


 


"แจจุง หยิบน้ำให้หน่อย"


 


"แจจุง หยิบทิชชู่ให้หน่อย"


  


"แจจุง วันนี้ฉันไปเล่นบาสนะ"


 


"แจจุง วันนี้ฉันมีประชุม กลับเองได้นะ"


  


"แจจุง วันนี้เราไปเดทกันนะ"


 


- - - - - - -


 


- - - -


 


- - -


 


"โทษนะ ช่วงนี้ยุ่งมากเลย"


 


"โทรมามีอะไรหรอ? "


 


"อ๋ออยู่ในร้านไอติมกับทงเฮน่ะ"


 


"เอ่อ ไม่สะดวกคุยนะ เดี๋ยวโทรกลับ"


 


"หมายความว่าไงแจจุง?? "


 


.


.


.


 


"ฉันคืนให้.... "


 


"ไม่ใช่...ไม่ใช่ฉันกับนายอีกแล้ว... "


 


"แจจุง!... "


 


 


 


..


..


 


 


"ฮึก..ฮึก...ฉันจะลืมนายได้มั้ย?..ในเมื่อในหัวของฉันมีแต่เรื่องของนายจนถึงนาทีสุดท้ายแบบนี้... "


 


 


ฉันจะลืมนายลงได้ยังไงกันนะ.


 


เมื่อไรกันที่วันนั้นจะมาถึง....


 


จะมีวันนั้นให้ฉันรึเปล่า....


 


อย่าทรมานกันแบบนี้เลย...


 


มันเจ็บเหลือเกิน....


 


 


 


"จัดกระเป๋าเสร็จรึยังลูก?... "


 


เสียงหญิงสาวสูงอายุถามขึ้นที่หน้าประตูห้องนอนสีสว่าง สายตามองตรงไปที่ลูกชายของตนที่กำลังสำรวจกระเป๋าไปครั้งสุดท้าย


 


"เสร็จแล้วฮะ.. "


 


"ไปคนเดียวได้แน่นะลูก.."


 


"ฮะแม่ ผมจะจบม.ปลายแล้วนะ แค่เดินทางไปต่างจังหวัดไม่กี่วันไม่หลงหรอก"


 


"จ้ะๆ..รีบๆไปเถอะ เดี๋ยวจะได้ตกรถกันพอดี... "


 


รถไฟเคลื่อนที่ออกจากชานชาลาด้วยความเร็วคงที่ก่อนจะค่อยๆเพิ่มขึ้นตามเส้นทางที่ทอดไปยังเบื้องหน้า บรรยากาศนอกบานหน้าต่างบนรถไฟค่อยเลื่อนเปลี่ยนภาพเร็วขึ้นถามความเร็วที่รถไฟวิ่ง จากตึกรามบ้านช่องสูงเสียดฟ้าอันซึ่งเป็นสัญลักษณ์ของเมืองกรุง ค่อยๆแปรเปลี่ยนเป็นต้นไม้และทุ่งหญ้ากว้างสุดสายตา


 


ร่างบางผิวขาวที่นั่งในสุดของขบวนรถ สวมหมวกไหมพรมสีอ่อน เสื้อหนาวสีดำพอดีตัว ดวงตากลมโตทอดสายตาเอื่อยๆมองออกไปให้มันได้ท่องเที่ยวบ้างหลังจากสองวันก่อนหน้านั้นแทบไม่ได้เห็นอะไรเลยนอกจากภาพห้องนอนของตัวเองที่เป็นภาพเบลอซะส่วนใหญ่เพราะน้ำตาที่เอ่อท้นมาตลอดร่วมสองวัน


 


เมื่อได้ยินเสียงประกาศชื่อสถานีต่อไป ก็เตรียมตัวสะพายเป้ กระชับหมวกเล็กน้อยก่อนลุกขึ้นเดินออกไปที่ประตูก้าวเท้าลงสูแถบชานเมืองอันเงียบสงบมุมหนึ่งในเกาหลีแต่ก็ทันสมัยไม่แตกต่างจากเมืองกรุง เด็กชายผิวขาวก็พาตัวเองขึ้นมาบนดินแหงนหน้ามองขึ้นฟ้าสูดลมหายใจลึกๆ ก่อนจะเริ่มเดินลัดเลาะเข้าซอยที่ห่างจากสถานีไปไม่ไกลนัก และหยุดลงที่ประตูที่น้ำตาลอ่อนบานหนึ่ง


 


"เอ้ามาแล้วหรอจ๊ะ... "หญิงสาวสูงอายุหน้าตาเหมือนแม่ของแจจุงอย่างกับพิมพ์เดียวกันเปิดประตูบานใหญ่ออกหลังจากได้ยินเสียงกดออดจากผู้มาเยือน


 


"สวัสดีฮะ คุณป้า"


 


"ต๊ายย ไม่เจอกันนายเลย ไหนดูซิ สวยขึ้นเป็นกองเลยนะหลานป้า"ผู้ที่ได้ชื่อว่าเป็นพี่สาวของแม่เขาจับแจจุงหมุนไปมาพลางกวาดสายตาสำรวจไปทั่ว


 


"ป้าผมเป็นผู้ชายนะฮะ ชมว่าหล่อบ้างไม่ได้หรอ? "แจจุงพูดกลั้วหัวเราะ


 


"ชมไปคนเขาจะได้หาว่าป้าพูดไม่จริงอยู่ดี ก็หน้าตาสวยเหมือนแม่แกซะแบบนี้ ว่าแต่หน้าซีดๆนะ รีบเข้าบ้านเถอะ อากาศข้างนอกหนาวจะตายไป"ว่าแล้วคนตัวเล็กก็โดนจับจูงเข้าบ้านทันที


 


เมื่อเข้ามาถึงสายตาก็สำรวจรอบบ้านและอดจะยิ้มพรายไม่ได้


 


ไม่ได้มานานแค่ไหนแล้วนะ...


 


"แล้วซีวอนล่ะฮะป้า

First love #6

Part 6


 


 


นานแค่ไหนแล้วนะ ที่น้ำตาไหลไม่หยุดแบบนี้...


 


เมื่อไรจะหมดซะที


 


 


เด็กชายตัวเล็กผิวขาวนั่งกอดเข่าคุดคู้อยู่ข้างเตียงมุมหนึ่งในห้อง ร่ำไห้ไม่หยุดตั้งแต่ก้าวเข้ามาในห้องนี้..


 


น้ำตาไหลรินจากดวงตาคู่สวยดำขลับที่ตอนนี้บวมแดงจนตาแทบจะลืมไม่ได้..แต่ถึงอย่างนั้นความเจ็บไม่ได้ไหลออกจากใจอย่างน้ำตาซักนิด ไม่มีทีท่าว่าจะบรรเทาลง แถมกลับกลายเป็นว่าทุกหยุดน้ำตาที่ร่วงหล่น ก็เหมือนกับตอกย้ำว่าความเจ็บจะไม่มีวันหายออกไปจากใจ


 


 "ฮึก..ฮึก..หนาว..ทำไมถึงหนาวแบบนี้นะ..ฮึก..ฮึก"


 


ร่างเล็กห่อตัวเข้าไปอีก จากที่ตัวเล็กอยู่แล้วตอนนี้เหมือนยิ่งเล็กลงกว่าเดิม กอดตัวเองราวกับโหยหาความอบอุ่นที่เคยมีติดกับตัวในอดีต ซึ่งตอนนี้เขาได้คืนเจ้าของไปหมดแล้ว...


 


 



.


 


 


"แจจุง..มะ..หมายความว่าไง??... "


 


"ฉันคืนให้ ทุกอย่างที่ฉันได้รับตลอดสามปี..ฉันมีความสุขมากเลยนะ...แต่น่าเสียดายที่ความสุขนั้นมันจะไม่ใช่ของฉันอีกแล้ว"ร่างเล็กเม้มปากแน่นเบือนหน้าไม่สบตา กลั้นน้ำตาที่ยังคงไหลรินอย่างไร้ผล


 


"คืน?..ทำไม?..ฉันไม่เข้าใจ..เกิดอะไรขึ้นกับนายกันแน่แจจุง?.. "


 


"คำถามนั้นควรจะเป็นฉันถามไม่ใช่หรอ?..ว่าเกิดอะไรขึ้นกับนายกันแน่... "แจจุงหันหน้าย้อนถามด้วยสีหน้าเจ็บปวด


 


"ฉัน?..ฉันทำอะไร?...ถ้าเป็นเรื่องที่ช่วงนี้ไม่ว่างก็บอกแล้วว่างานเยอะ..และถ้าเป็นเรื่องทงเฮแล้วล่ะก็..เขากำลังมีปัญหา..เอ่อ..เขาไม่มีใคร..ฉันก็เลย... "


 


"อย่างนั้นหรอ?... "


"ใช่..นายเลิกเข้าใจผิดได้แล้วน่ะแจจุง...อย่างน้อยก็เห็นแก่ทงเฮเขาหน่อยสิ..ฉันไม่เคยโกหกนายเวลาไปไหนมาไหนกับทงเฮเลยนะ "


 


"ใช่! นายไม่เคยโกหกฉัน..แต่นายกำลังโกหกความรู้สึกตัวเอง!...จนถึงตอนนี้แล้วยังไม่เข้าใจอีกหรอ?..นายทิ้งเขาไม่ได้ ทั้งๆที่ฉันก็รอนายอยู่..แต่ก็ไม่คิดจะโทรมาบอกกันซักนิด..ให้ยืนรอเป็นชั่วโมง..และที่สำคัญเท่าที่ฉันรู้ ทงเฮเขายังไม่รู้เลยนี่ว่าเราเป็นอะไรกัน..ใช่มั้ย?...แต่นายก็ไม่เคยคิดจะบอก"


 


"เรื่องแค่นั้นเองหรอ?...มันไม่ได้สำคัญว่าต้องรู้ว่าเราเป็นอะไรกันรึเปล่าเลยนะ"


 


อึก...ไม่สำคัญหรอ?


 


ใช่เรื่องของเราไม่สำคัญขนาดต้องไปป่าวประกาศอยู่หรอกถ้ามันไม่ได้ตกอยู่ในสภาพแบบนี้...


 


 


"แล้วถ้าเปลี่ยนเป็นฉันบ้างล่ะ?...ถ้าฉันไปสนิทกับคนอื่น..และไม่ได้บอกว่ามีแฟนแล้ว..พอมีเวลาว่างฉันก็อาจจะไปเที่ยวไปกินไอติมกับเขาบ้าง...หรือถ้าเขามีปัญหาฉันก็เลยต้องอยู่กับเขาแต่ก็ลืมโทรบอกเลื่อนนัด..ปล่อยให้นายรอเป็นชั่วโมง..นายจะรู้สึกยังไง?...จะคิดว่าระหว่างเรายังเป็นเหมือนเดิมได้อีกอย่างนั้นหรอ?... "


 


"แจ..จุง... "


 


"แค่นั้นยังไม่พอ"ร่างบางตัดบทจะพูดต่อ..ตอนนี้อะไรก็หยุดอารมณ์เขาไม่ได้อีกแล้ว


 


"..นายจะรู้สึกยังไงบ้าง ถ้าเกิดเป็นได้แค่ฝ่ายรอโทรศัพท์จากคนที่รักมากที่สุดที่บอกว่าจะโทรกลับ แต่สุดท้ายก็ไม่เคยโทรมา จนบางทีต้องเป็นฝ่ายโทรไปเอง และได้รับคำทักทายกลับมาว่า มีอะไรหรอ แทบทุกครั้ง ทั้งที่ปกตินายไม่เคยพูด แล้วจะให้ฉันเข้าใจว่ายังไงอีก!?บอกฉันสิ!?... "ร่างเล็กกระชากเสียงทั้งน้ำตา


 


"แจจุง..ฉัน.. "


 


"ฉันเหนื่อยแล้ว..เหนื่อยที่จะต้องกดโทรศัพท์เบอร์ซ้ำๆและลบมันแทบทุกครั้งด้วยความหวังที่ว่าเดี๋ยวนายก็คงโทรกลับ..นายคงติดงาน..นายอาจไม่ว่าง...และระหว่างเรายังเหมือนเดิม... "แจจุงพูดพลางก้มหน้าลง ไหล่บางสั่นสะท้านรุนแรง


 


"นายไม่ได้มีฉันคนเดียวอีกแล้ว...ฉันไม่ต้องการที่หนึ่งไม่ต้องการแค่คำว่าเป็นแฟน..แต่ต้องการเป็นคนสำคัญคนเดียวสำหรับนาย....อย่างที่ฉันให้นายเป็นแบบนั้นสำหรับฉันมาตลอด แต่ถ้าไม่ใช่แบบนั้นก็ไม่ใช่..ไม่ใช่ฉันกับนายอีกแล้ว... "


 


 


นั่นเป็นประโยคสุดท้ายที่ร่างบางพูดกับคนตัวสูง


 


ใช่...


 


ไม่ใช่ฉันกับนายอีกแล้ว...


 


............


................


 


 


แสงสีส้มจากตะเกียงหัวเตียงยังคงส่องแสงตลอดสองชม.หลังจากที่เจ้าของมันได้เปิดไว้..เหมือนกับน้ำตาของเจ้าของตะเกียงตัวนี้เช่นกัน ที่มันยังคงไหลออกมาอย่างต่อเนื่อง ไร้วี่แววว่าจะเหือดแห้งเมื่อใด


 


 


* * * * * * * * * * 


"ครับ เจ้าหญิง


 


หืม? อยากกินไอติมหรอ?


 


ได้เดี๋ยวเย็นนี้พาไป.."


 


* * * * * * * * * *


 


"แจจุง ฉันหิวแล้ว"


 


* * * * * * * * * *


 


"ฉันง่วงนอนแล้วง่ะ"


 


* * * * * * * * * *


 


"อยากกินสาหร่าย"


 


* * * * * * * * * *


 


"ไหนว่าไม่มีเงิน? เนี่ยนะ เลี้ยงไอติมเลย"


 


* * * * * * * * * *


 


"จ่ายค่าข้าวมาด้วย แจจุงกินข้าวบ้านฉันจะสามปีแล้วนะ!"


 


* * * * * * * * * * *


 


"เห้ชางมิน!แจจุงเป็นคนทำ ฉันไม่ได้ทำนะ"


 


* * * * * * * * * * * *


 


"ถอดเสื้อให้หน่อยสิ"


 


* * * * * * * * * * * * *


 


"แจจุงเอาสีอะไรดีล่ะ เลือกสิ"


 


* * * * * * * * * * * * *


 


"ฉันจะทำผมยังไงดีล่ะ~~"


 


* * * * * * * * * * * * *


 


"เสื้อสั้นไปมั้ย?"


 


* * * * * * * * * * * * *


 


"แบบนี้ดียัง?"


 


* * * * * * * * * * * * *


 


"อันนี้สวยมั้ย?"


 


* * * * * * * * * * * * *


 


"ถ้าแจจุงมีลูกได้นะ ฉันต้องหวงลูกสาวมากแน่ๆ"


 


* * * * * * * * * * * * *


 


"อ่าวไม่ตกใจหรอ!?"


 


* * * * * * * * * * * * *


 


"เท่ห์มั้ย~"


 


* * * * * * * * * * * *


  


"อยากลองเลี้ยงผีเสื้ออ่ะ เลี้ยงกันมั้ย!"


 


* * * * * * * * * * * *


 


"ทำไมไม่ใส่ถุงมือล่ะ?"


 


* * * * * * * * * * * *


 


"แจจุง ทำเลขให้หน่อย"


 


"แจจุง หยิบน้ำให้หน่อย"


 


"แจจุง หยิบทิชชู่ให้หน่อย"


  


"แจจุง วันนี้ฉันไปเล่นบาสนะ"


 


"แจจุง วันนี้ฉันมีประชุม กลับเองได้นะ"


  


"แจจุง วันนี้เราไปเดทกันนะ"


 


- - - - - - -


 


- - - -


 


- - -


 


"โทษนะ ช่วงนี้ยุ่งมากเลย"


 


"โทรมามีอะไรหรอ? "


 


"อ๋ออยู่ในร้านไอติมกับทงเฮน่ะ"


 


"เอ่อ ไม่สะดวกคุยนะ เดี๋ยวโทรกลับ"


 


"หมายความว่าไงแจจุง?? "


 


.


.


.


 


"ฉันคืนให้.... "


 


"ไม่ใช่...ไม่ใช่ฉันกับนายอีกแล้ว... "


 


"แจจุง!... "


 


 


 


..


..


 


 


"ฮึก..ฮึก...ฉันจะลืมนายได้มั้ย?..ในเมื่อในหัวของฉันมีแต่เรื่องของนายจนถึงนาทีสุดท้ายแบบนี้... "


 


 


ฉันจะลืมนายลงได้ยังไงกันนะ.


 


เมื่อไรกันที่วันนั้นจะมาถึง....